กษิตคาดสัปดาห์นี้รู้ผลช่วย7คนไทยกลับบ้าน

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในรายการ เจาะลึก ครม. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรณี 7 คนไทย ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวว่า ทนายความได้ยื่นประกันตัว 7 คนไทย ไปแล้ว แต่จะอนุมัติให้ประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับศาล ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร เป้าหมาย คือ นำตัว 7 คนไทย กลับมาให้เร็วที่สุด ส่วนที่ คณะรัฐมนตรี มีมติให้ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นคนให้ข่าวเรื่องนี้ แต่เพียงผู้เดียวนั้น เพราะไม่ต้องการให้มีการกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยคาดว่า จะมีการตัดสินโดยเร็วนี้ ส่วนเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ก็ต้องดำเนินการ หลังศาลมีการตัดสินแล้ว
ทั้งนี้ ยืนยัน 7 คนไทย พลัดหลงเข้าไปเขตแดนของกัมพูชา เมื่อหลงเข้าไป ก็เกิดการจับกุม ก็ต้องเข้สู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนไทยก็ต้องช่วยเหลือให้นำตัวกลับมาให้ได้ ซึ่งต้องแยกออกเป็น 2 เรื่อง ซึ่งกัมพูชาได้ระบุว่า ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน แล้วค่อยพิจารณาเรื่องส่งตัวกลับ ส่วนที่ศาลกัมพูชาไต่สวนคนไทย เสร็จภายในวันเดียว ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะข้อหาก็ไม่ได้ร้ายแรง ทั้งนี้ หวังว่าภายในสัปดาห์นี้ ต้องมีความคืบหน้า การให้ความช่วยเหลือ แต่ต้องดูว่า อัยการมีการตังข้อหาอย่างไร โดยเฉพาะ นายวีระ สมความคิด ที่มีการตั้งข้อหาเพิ่ม
ส่วนบริเวณแนวชายแดน จะต้องมีการให้ข้อมูลเรื่องเขตแดน ยืนยัน รัฐบาลไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีการปกปิดข้อมูล ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังเปิดเผยด้วยว่า ข้อพิพาทชายแดนไทย-เขมร ชี้ เป็นปัญหาชายแดนมานานแล้ว
โดยสาเหตุอีกเรื่อง คือ เรื่องในอดีตยังค้างคาอยู่ ตั้งแต่สมัยทหารเวียดนาม ที่เข้ามารบในเขมรแล้ว การเจราจาเรื่องเขตแดน ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาอย่างมาก ในการที่จะตกลงกัน ดูตัวอย่างรัสเซียกับ จีน ที่มีข้อพิพาทดินแดนเหมือนกัน ต้องใช้เวลายาวนานในการแก้ปัญหา แต่ที่สุดก็สำเร็จ จึงต้องขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น และขอฝากฝ่ายหน่วยความมั่นคง เพื่อดูแลชายแดนให้ดี ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศ ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่มีเหตุผลอันใดเอาอคติมาเป็นตัวตั้ง ในการแก้ปัญหา ต้องเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ เรื่องคนไทยทั้ง 7 คน นั้น ก็ได้วิงวอนเขมรให้ยุติโดยเร็ว ทั้งการพระราชทานอภัยโทษหรืออะไรก็ตาม ถือเสียว่าการให้ทานเป็นสิ่งที่สำคัญ มาเริ่มต้นกันใหม่ ใครผิดพลาด ก็ให้อภัยกันทั้งสองประเทศ เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี ในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ ยืนยัน 7 คนไทย พลัดหลงเข้าไปเขตแดนของกัมพูชา เมื่อหลงเข้าไป ก็เกิดการจับกุม ก็ต้องเข้สู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนไทยก็ต้องช่วยเหลือให้นำตัวกลับมาให้ได้ ซึ่งต้องแยกออกเป็น 2 เรื่อง ซึ่งกัมพูชาได้ระบุว่า ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน แล้วค่อยพิจารณาเรื่องส่งตัวกลับ ส่วนที่ศาลกัมพูชาไต่สวนคนไทย เสร็จภายในวันเดียว ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะข้อหาก็ไม่ได้ร้ายแรง ทั้งนี้ หวังว่าภายในสัปดาห์นี้ ต้องมีความคืบหน้า การให้ความช่วยเหลือ แต่ต้องดูว่า อัยการมีการตังข้อหาอย่างไร โดยเฉพาะ นายวีระ สมความคิด ที่มีการตั้งข้อหาเพิ่ม
ส่วนบริเวณแนวชายแดน จะต้องมีการให้ข้อมูลเรื่องเขตแดน ยืนยัน รัฐบาลไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีการปกปิดข้อมูล ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังเปิดเผยด้วยว่า ข้อพิพาทชายแดนไทย-เขมร ชี้ เป็นปัญหาชายแดนมานานแล้ว
โดยสาเหตุอีกเรื่อง คือ เรื่องในอดีตยังค้างคาอยู่ ตั้งแต่สมัยทหารเวียดนาม ที่เข้ามารบในเขมรแล้ว การเจราจาเรื่องเขตแดน ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาอย่างมาก ในการที่จะตกลงกัน ดูตัวอย่างรัสเซียกับ จีน ที่มีข้อพิพาทดินแดนเหมือนกัน ต้องใช้เวลายาวนานในการแก้ปัญหา แต่ที่สุดก็สำเร็จ จึงต้องขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น และขอฝากฝ่ายหน่วยความมั่นคง เพื่อดูแลชายแดนให้ดี ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศ ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่มีเหตุผลอันใดเอาอคติมาเป็นตัวตั้ง ในการแก้ปัญหา ต้องเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ เรื่องคนไทยทั้ง 7 คน นั้น ก็ได้วิงวอนเขมรให้ยุติโดยเร็ว ทั้งการพระราชทานอภัยโทษหรืออะไรก็ตาม ถือเสียว่าการให้ทานเป็นสิ่งที่สำคัญ มาเริ่มต้นกันใหม่ ใครผิดพลาด ก็ให้อภัยกันทั้งสองประเทศ เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี ในอนาคตต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี