ชาวนาพิจิตรโกงประกันรายได้แห่ถอนสิทธิ์

นายไพฑูรย์ รื่นสุข เกษตรกรจังหวัดพิจิตร เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามหาหลักฐานจากการที่เกษตรกร และผู้นำชุมชนร่วมกันทุจริตในโครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรของจังหวัดพิจิตร ที่มีรูปแบบการทุจริตที่สลับ
ซับซ้อน ทั้งแจ้งเท็จ ปลูกอ้อย ปลูกข้าวโพด ก็แจ้งว่า ปลูกข้าวเพื่อขอรับเงินชดเชยมีที่นา 1 แปลง สามี ก็แจ้งภรรยาก็แจ้ง ซ้ำซ้อนกัน ทำนา 30 ไร่ ก็ปลอมแปลงสำเนาโฉนดว่า ทำนา 50 ไร่ เป็นต้น หลังจากที่มีเรื่องร้องเรียนจึงส่งเจ้าหน้าที่เกษตร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงไปทำการตรวจสอบ และให้ทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อรับรองตามระเบียบขึ้นใหม่
ล่าสุดที่ ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ชาวบ้านหมู่ 1, 3, 4, 11, 13 ต่างจำนนด้วยหลักฐาน และกลัวความผิดจากเกษตรกร 100 ราย ที่เคยลงทะเบียนที่จะขอรับเงินชดเชยตามโครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรไว้
ขอถอนตัว 49 ราย หรือ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนเกษตรกรที่จดแจ้งเอาไว้ โดยคิดเป็นพื้นที่ 375 ไร่ เหตุเป็นเพราะเกรงกลัวความผิดดังกล่าว
ในส่วนของ นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าฯ พิจิตร หลังจากเกิดเหตุเป็นข่าวในสื่อทุกแขนง ยังคงกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน อีกทั้งพูดแต่เพียงว่า ได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เลี่ยงไม่พูดถึงการทุจริตในโครงการประกันรายได้พืชผลเกษตรกร แต่กลับให้สัมภาษณ์เฉไฉไปในเรื่องการแจ้งขอความช่วยเหลือเงินชดเชยน้ำท่วม ซึ่งก็เป็นคนละเรื่องเดียวกันที่ก็มีการทุจริตด้วย แต่ ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าวในลักษณะว่า ช่วงที่เกิดน้ำท่วม มีคำสั่งซ้อนคำสั่ง ทำให้ชาวบ้านสับสนในการปฏิบัติ และเงื่อนไขเวลาน่าจะขาดเจตนาในการทุจริตเสียมากกว่า อีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็นข่าวใหญ่โต แต่ค่าความเสียหาย ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าวและมองว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยยังไม่จำเป็นที่จะต้องหยิบยกให้ขึ้นมาเป็นวาระของจังหวัดพิจิตร ที่จะต้องแก้ไข
ซับซ้อน ทั้งแจ้งเท็จ ปลูกอ้อย ปลูกข้าวโพด ก็แจ้งว่า ปลูกข้าวเพื่อขอรับเงินชดเชยมีที่นา 1 แปลง สามี ก็แจ้งภรรยาก็แจ้ง ซ้ำซ้อนกัน ทำนา 30 ไร่ ก็ปลอมแปลงสำเนาโฉนดว่า ทำนา 50 ไร่ เป็นต้น หลังจากที่มีเรื่องร้องเรียนจึงส่งเจ้าหน้าที่เกษตร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงไปทำการตรวจสอบ และให้ทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อรับรองตามระเบียบขึ้นใหม่
ล่าสุดที่ ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ชาวบ้านหมู่ 1, 3, 4, 11, 13 ต่างจำนนด้วยหลักฐาน และกลัวความผิดจากเกษตรกร 100 ราย ที่เคยลงทะเบียนที่จะขอรับเงินชดเชยตามโครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรไว้
ขอถอนตัว 49 ราย หรือ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนเกษตรกรที่จดแจ้งเอาไว้ โดยคิดเป็นพื้นที่ 375 ไร่ เหตุเป็นเพราะเกรงกลัวความผิดดังกล่าว
ในส่วนของ นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าฯ พิจิตร หลังจากเกิดเหตุเป็นข่าวในสื่อทุกแขนง ยังคงกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน อีกทั้งพูดแต่เพียงว่า ได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เลี่ยงไม่พูดถึงการทุจริตในโครงการประกันรายได้พืชผลเกษตรกร แต่กลับให้สัมภาษณ์เฉไฉไปในเรื่องการแจ้งขอความช่วยเหลือเงินชดเชยน้ำท่วม ซึ่งก็เป็นคนละเรื่องเดียวกันที่ก็มีการทุจริตด้วย แต่ ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าวในลักษณะว่า ช่วงที่เกิดน้ำท่วม มีคำสั่งซ้อนคำสั่ง ทำให้ชาวบ้านสับสนในการปฏิบัติ และเงื่อนไขเวลาน่าจะขาดเจตนาในการทุจริตเสียมากกว่า อีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็นข่าวใหญ่โต แต่ค่าความเสียหาย ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าวและมองว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยยังไม่จำเป็นที่จะต้องหยิบยกให้ขึ้นมาเป็นวาระของจังหวัดพิจิตร ที่จะต้องแก้ไข
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

