ผู้ว่าสระแก้วชี้7คนไทยรู้เข้าพื้นที่เขมร

นายศานิตย์ นาคสุข ศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ได้เดินทางมาที่ จ.สระแก้ว ตั้งเมื่อคืนนี้แล้ว และรวมตัวอยู่ที่ตลาดเทศบาล 2 ซึ่งห่างตลาดโรงเกลือ กว่า 1 ก.ม. ซึ่งหน่วยงานความมั่นคง ได้เจรจากับแกนนำว่า พื้นที่ดังกว่าว อาจไม่ปลอดภัย เพราะเป็นตลาดร้าง โดยให้ย้ายให้ไปชุมนุมที่ สวนกาญจนาภิเษก เพราะเจ้าหน้าที่สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางกลุ่มก็ยินยอม คาดว่า จะย้ายช่วงเช้านี้ ขณะเดียวกัน ก็ไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปยังบริเวณชายแดน เพราะต้องได้รับการอนุญาตจากกองกำลังบูรพา เพราะใกล้ชายแดนมากห่าง ถ.ศรีเพ็ญแค่ 100 ก.ม. ไม่มีสิ่งกีดขวางที่ชัดเจน จึงเสนอขอให้ส่งตัวแทนเข้าไป ตนจะประสานกองกำลังบูรพา และกับฝ่ายกัมพูชาให้ หากต้องการเข้าไปดูจุดเกิดเหตุ
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังกล่าวด้วยว่า ข้อต่อสู้กับกัมพูชา เรื่องพลัดหลง คงใช้ไม่ได้แล้ว เพราะกลุ่มของ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และพวก ทั้ง 7 คน ทราบดีว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นเขตของกัมพูชา และการที่กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติออกมาชุมนุมกดดัน ยิ่งทำให้เจรจาช่วยเหลือได้ยาก
ขณะที่สถานการณ์ชายแดน ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ยังดีเช่นเดิม มีการพึ่งพาอาศัยกัน แต่คนภายนอก ไม่เข้าใจ ส่วนคนในพื้นที่รวมตัวต่อต้านกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาตินั้น เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุม จะทำให้คนในพื้นที่เดือดร้อน ขณะที่แกนนำได้รับปากว่าจะปักหลักชุมนุม 2 วัน
ด้าน พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึง ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือ 7 คนไทย ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวว่า ในส่วนของกองทัพ ทางผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการระดับสูง หลายท่าน ได้มีความเป็นห่วง และส่วนตัวได้พยายามให้ความช่วยเหลือ โดยในระดับพื้นที่ไปแล้ว โดยในขณะนี้ ได้กำชับให้ตำรวจตะเวนชายเเดน ที่ 20 เข้าดูแลพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
สำหรับการที่ตัวแทนของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ขอเข้ามาตรวจสอบยังบริเวณที่ 7 คนไทย เข้ามานั้น ต้องขึ้นอยู่กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะมีการพิจารณาอย่างไร แต่ในส่วนตัวแล้วคิดว่าจุดที่จะเข้าไปนั้นเป็นระหว่างชายแดนของทั้ง
2 ประเทศ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ จึงไม่อยากให้เข้าไป เพราะเกรงถึงปัญหาที่จะตามมา
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และเจ้าหน้าที่ทุกระดับ จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังกล่าวด้วยว่า ข้อต่อสู้กับกัมพูชา เรื่องพลัดหลง คงใช้ไม่ได้แล้ว เพราะกลุ่มของ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และพวก ทั้ง 7 คน ทราบดีว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นเขตของกัมพูชา และการที่กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติออกมาชุมนุมกดดัน ยิ่งทำให้เจรจาช่วยเหลือได้ยาก
ขณะที่สถานการณ์ชายแดน ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ยังดีเช่นเดิม มีการพึ่งพาอาศัยกัน แต่คนภายนอก ไม่เข้าใจ ส่วนคนในพื้นที่รวมตัวต่อต้านกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาตินั้น เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุม จะทำให้คนในพื้นที่เดือดร้อน ขณะที่แกนนำได้รับปากว่าจะปักหลักชุมนุม 2 วัน
ด้าน พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึง ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือ 7 คนไทย ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวว่า ในส่วนของกองทัพ ทางผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการระดับสูง หลายท่าน ได้มีความเป็นห่วง และส่วนตัวได้พยายามให้ความช่วยเหลือ โดยในระดับพื้นที่ไปแล้ว โดยในขณะนี้ ได้กำชับให้ตำรวจตะเวนชายเเดน ที่ 20 เข้าดูแลพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
สำหรับการที่ตัวแทนของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ขอเข้ามาตรวจสอบยังบริเวณที่ 7 คนไทย เข้ามานั้น ต้องขึ้นอยู่กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะมีการพิจารณาอย่างไร แต่ในส่วนตัวแล้วคิดว่าจุดที่จะเข้าไปนั้นเป็นระหว่างชายแดนของทั้ง
2 ประเทศ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ จึงไม่อยากให้เข้าไป เพราะเกรงถึงปัญหาที่จะตามมา
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และเจ้าหน้าที่ทุกระดับ จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี