เก็บซากเสือชำแหละตรวจหาแหล่งที่มา

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายอุภัย วายุพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์จับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบขนซากเสือโคร่งจำนวน 3 ตัว และเสือลายเมฆอีก 1 ตัวที่ถูกชำแหละออกเป็นชิ้นๆ โดยอ้างว่าจะส่งไปที่ตลาดไท ก่อนส่งออกไปยังประเทศจีน ว่า กรมอุทยานฯได้ประสานกับตำรวจทางหลวงเพื่อนำซากเสือของกลางทั้งหมดมาเก็บไว้ที่กรมอุทยานฯ เพื่อตรวจสอบพันธุกรรมจากชิ้นเนื้อเสือเหล่านี้ว่าได้มาจากป่าหรือเป็นเสือที่ถูกเพาะเลี้ยงขึ้นมาในสวนสัตว์แห่งใดแห่งหนึ่งหรือไม่ เพื่อสืบหาที่มาของเสือเหล่านี้ ทั้งนี้ จากการดูช่วงเวลาก็พบว่าตรงกับช่วงเวลาที่เคยจับซากเสือโคร่งและเสือลายเมฆ จำนวน 11ตัวได้ที่บริเวณลำน้ำโขง จ.นครพนม เมื่อเดือนม.ค.ปี 2551 แต่ไม่สามารถสืบหาที่มาของเสือได้ เพราะซากถูกนำไปเผาทำลาย สำหรับซากเสือเหล่านี้พบว่าหากส่งไปถึงปลายทางแล้วจะมีมูลค่าสูงถึงตัวละประมาณ 1 ล้านบาท เนื้อเสือจะถูกนำไปยังภัตตาคารต่างๆ เพื่อทำเป็นอาหาร หรือ ยาโด๊ปใช้บริโภคสำหรับผู้ที่ยังคงมีความเชื่อว่าถ้าบริโภคเนื้อสัตว์แล้วจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพละกำลังในด้านต่างๆ ซึ่งนอกจากเสือแล้ว ยังมีสัตว์ป่าประเภทอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมด้วยเช่น ตัวลิ่น งู และอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถิติการจับกุมการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า ระหว่างปี 2548-2551 ของส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ พบว่าที่ผ่านมามีคดีทั้งสิ้น 638 คดี จำนวนผู้ต้องหา 681 คน แบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีชีวิต 2,910 ตัว ซาก 1,305 ชิ้น นกมีชีวิตจำนวน 15,940 ตัว ซาก 576 ชิ้น สัตว์เลื้อยคลาน มีชีวิต 941 ตัว ซาก 38 ชิ้น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกมีชีวิต 335 ตัว ซาก 1 ตัว ปลา มีชีวิต 10 ตัว ซาก 13 ชิ้น อย่างไรก็ตาม ปี 50 เป็นปีที่มีจำนวนคดีสูงสุด คือ 269 คดี จำนวนผู้ต้องหา 273 คน

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด