"KAYAKI" จับมือ "MITSUWOKOBOSE" เสิร์ฟ "คาคิโกริ" พรีเมียมส่งตรงจาก "มิยาซากิ" ถึง "เอ็มควอเทียร์"
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1982/9910907/s__107479188_0.jpg"KAYAKI" จับมือ "MITSUWOKOBOSE"  เสิร์ฟ "คาคิโกริ" พรีเมียมส่งตรงจาก "มิยาซากิ" ถึง "เอ็มควอเทียร์"

"KAYAKI" จับมือ "MITSUWOKOBOSE" เสิร์ฟ "คาคิโกริ" พรีเมียมส่งตรงจาก "มิยาซากิ" ถึง "เอ็มควอเทียร์"

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

KAYAKI × MITSUWOKOBOSE เสิร์ฟความหวานจากญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์ “คาคิโกริ” ระดับพรีเมียม ยกความอร่อยจากมิยาซากิมาไว้ใจกลางกรุง

สัมผัสประสบการณ์ความเย็นสดชื่นแบบญี่ปุ่นกับคอลลาบอเรชันสุดพิเศษที่สายกินไม่ควรพลาด เมื่อ KAYAKI (คายากิ) ร้านปิ้งย่างเนื้อปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นสุดพรีเมียม ผู้บุกเบิกวัฒนธรรมการรับประทานอาหารสไตล์ YAKIZAKANA (ยากิซากานะ) หรือ (YAKI = ย่าง, ZAKANA = ปลา) ต้นฉบับเจ้าแรกของประเทศไทย จับมือกับ MITSUWOKOBOSE (มิตสึโวะโคโบเสะ) ร้านคาคิโกริจากจังหวัดมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เติมเต็มมื้ออร่อยจากเมนูปลาและซีฟู้ดย่างอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย คาคิโกริ (Kakigori) ขนมหวานยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยน้ำแข็งไสเนื้อฟูละเอียด นุ่มละมุนราวปุยหิมะ 

พร้อมเสิร์ฟ 4 รสชาติสุดพิเศษจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น รังสรรค์สดใหม่ทุกถ้วยโดยเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นเอง ผสานเสน่ห์ของปลาและซีฟู้ดย่างหอมกรุ่นกับความหวานเย็นสดชื่นได้อย่างลงตัว ให้คนรักของหวานได้สัมผัสความอร่อยแบบต้นตำรับโดยไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น เฉพาะที่ KAYAKI ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ ชั้น 1 อาคาร C ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น

 

สำหรับชาวญี่ปุ่น “คาคิโกริ” ไม่ใช่แค่น้ำแข็งไสราดน้ำเชื่อมที่กินคลายร้อนเท่านั้น แต่เป็นขนมหวานยอดนิยมที่อยู่คู่กับฤดูร้อนของญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 1,000 ปี ตั้งแต่สมัยเฮอัน และค่อย ๆ พัฒนาจากน้ำแข็งไสแบบดั้งเดิมมาเป็นขนมหวานที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกใช้น้ำแข็ง เทคนิคการไสให้ได้เนื้อสัมผัสฟูเบาราวปุยหิมะ ไปจนถึงการจับคู่ซอส ครีม และวัตถุดิบตามฤดูกาล อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้การกินคาคิโกริอร่อยยิ่งขึ้น คือการเริ่มตักจากด้านบน ค่อย ๆ เจาะลงไปตรงกลางแล้วขยายออกด้านข้าง แทนการตักจากขอบถ้วย วิธีนี้ช่วยให้น้ำแข็งยังคงรูปสวย ไม่พังลงมาง่าย ๆ แถมยังได้เจอกับส่วนผสมที่ซ่อนอยู่ด้านใน สามารถตักกินพร้อมกัน ได้ทั้งรสชาติที่กลมกล่อมและความสนุกในการค้นพบความอร่อยที่แทรกอยู่ในแต่ละชั้น

ความตั้งใจและของขวัญส่งท้ายปีจากผู้บริหาร

การมาเยือน KAYAKI ครั้งนี้ MITSUWOKOBOSE นำเสนอคาคิโกริ 4 รสชาติที่มีบุคลิกแตกต่างกัน โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่น้ำแข็ง ผลไม้ และครีม ที่นำเข้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อมให้เจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นลงมือทำทุกถ้วยด้วยตัวเอง ตั้งแต่การไสน้ำแข็งให้ขึ้นรูปสวยงาม ไปจนถึงการจัดวางส่วนผสมที่ซ่อนความอร่อยไว้ภายใน โดยเบื้องหลังความร่วมมือในครั้ง เกิดขึ้นจากความตั้งใจของทีมผู้บริหารที่อยากส่งต่อประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมให้กับลูกค้า พร้อมใช้โอกาสพิเศษนี้แทนคำขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่มีให้กับแบรนด์ในเครือมาโดยตลอด

 

โบ๊ท–ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ หนึ่งในสามผู้บริหารรุ่นใหม่แห่งบริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด กล่าวถึงแนวคิดครั้งนี้ว่า “เราตั้งใจให้โปรเจกต์นี้เป็นเหมือนของขวัญส่งท้ายปี เพื่อขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้การสนับสนุน Kay’s, KANORI และ KAYAKI มาโดยตลอด สิ่งสำคัญสำหรับเราคือการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ จึงอยากนำคาคิโกริจากญี่ปุ่นมาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง โดยให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ทั้งน้ำแข็ง วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ ความพิเศษอีกประการหนึ่งของคอลแลปนี้ คือการจำกัดระยะเวลาและสถานที่ให้บริการ โดยคาคิโกริทั้ง 4 รสชาติจะเสิร์ฟเฉพาะที่ KAYAKI สาขาเอ็มควอเทียร์เท่านั้น เนื่องจากทุกถ้วยต้องผ่านการลงมือทำอย่างพิถีพิถันโดยเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่น เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของคาคิโกริในแบบฉบับ MITSUWOKOBOSE อย่างครบถ้วน เราอยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความตั้งใจเหล่านี้ผ่านรสชาติของขนมหวานที่เสิร์ฟออกมา”

 

ความพิเศษของคาคิโกริทั้ง 4 รสชาติที่นำมาเสิร์ฟในคอลแลปครั้งนี้ เพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ เผยว่า แต่ละเมนูมีเอกลักษณ์และเสน่ห์แตกต่างกัน ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบ รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เริ่มต้นด้วย Strawberry เมนูที่พร้อมขโมยหัวใจคนรักสตรอว์เบอร์รี ด้วยการเลือกใช้สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์อามาโอ (Amaou) จากญี่ปุ่น ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านรสชาติและความหอม นำมาสร้างสรรค์เป็นซอสสตรอว์เบอร์รีคอมโพต จับคู่กับครีมสดเนื้อเนียนนุ่ม เพิ่มความสนุกด้วยคุกกี้ครัมเบิลกรุบกรอบ ความพิเศษอยู่ที่การไล่ระดับรสชาติจากความเปรี้ยวหวานสดชื่นของผลไม้ สลับกับความหอมมันของครีมและสัมผัสกรุบกรอบที่แทรกอยู่ด้านใน ทำให้แต่ละคำมีรสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน เป็นเมนูที่ทั้งสดชื่นและชวนให้ตักต่อจนหมดถ้วย

เปิดมิติ 4 รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

ถัดมาคือ Matcha สำหรับคนที่หลงใหลในกลิ่นหอมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาเขียวญี่ปุ่น เมนูนี้จับคู่มัทฉะครีมกับโมจิเนื้อนุ่มหนึบและถั่วแดง เพิ่มมิติให้รสชาติด้วยความเข้มละมุนของชาเขียวที่ผสานกับความหวานของถั่วแดงได้อย่างสมดุล ยิ่งตักให้ครบทั้งน้ำแข็ง ครีม และโมจิในคำเดียว ยิ่งได้สัมผัสความกลมกล่อมของขนมหวานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่กินได้เพลิน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีลูกเล่นซับซ้อน

ส่วนใครที่อยากเปิดประสบการณ์รสชาติญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ต้องลอง Shingen คาคิโกริที่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ถ่ายทอดผ่านส่วนผสมอย่างโมจิ คุโรมิตสึ (Kuromitsu) หรือน้ำเชื่อมน้ำตาลแดงญี่ปุ่น ถั่วแดง และคินาโกะ (Kinako) หรือผงถั่วเหลืองคั่วหอม ๆ ความน่าสนใจอยู่ที่การผสมผสานกลิ่นหอมอบอุ่นของถั่วเหลืองคั่วกับความหวานลุ่มลึกของคุโรมิตสึ ตัดกับเนื้อสัมผัสเย็นฟูของน้ำแข็งและความหนึบของโมจิ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองอะไรแตกต่างจากคาคิโกริรสผลไม้ทั่วไป

ปิดท้ายด้วย Sweet Potato เมนูสุดพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ร้าน MITSUWOKOBOSE แต่เป็นไอเดียที่เพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ คิดขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการคอลแลปครั้งนี้ โดยนำมันหวานมาสร้างสรรค์เป็นคาคิโกริรสชาติใหม่ ออนท็อปด้วยครีมมันหวานเนื้อเนียนละมุนและงาดำหอม ๆ ส่วนด้านในซ่อนความอร่อยของถั่วแดงและมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบชิ้นเล็ก ๆ (Potato Chips) ที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้เนื้อสัมผัส มีทั้งความนุ่มฟูของน้ำแข็ง ความหอมมันของครีม และความกรุบกรอบที่แทรกอยู่ในทุกคำ เป็นการจับคู่รสชาติที่แปลกใหม่แต่เข้ากันได้อย่างลงตัว

สัมผัสความพิเศษของ KAYAKI × MITSUWOKOBOSE กับคาคิโกริทั้ง 4 รสชาติ ได้แก่ Strawberry, Matcha, Shingen และ Sweet Potato สามารถเลือกอร่อยได้ 2 รูปแบบ เริ่มจากการรับประทานเซทเมนูที่ KAYAKI แล้วอัปเกรดเมนูของหวานจาก Granita เป็น Kakigori ได้ทุกวัน ตลอดเวลาให้บริการของร้าน โดยเมนู Strawberry และ Matcha เพิ่มเพียง 249 บาท ส่วน Sweet Potato และ Shingen เพิ่มเพียง 199 บาท ส่วนสายหวานที่อยากแวะมาฟินกับคาคิโกริโดยเฉพาะ ก็สามารถสั่งแยกเป็นเมนูเดี่ยวได้เช่นกัน โดยเปิดให้บริการเฉพาะ วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 14.00–17.00 น. ในราคา 399 บาท สำหรับ Strawberry และ Matcha และ 319 บาท สำหรับ Sweet Potato และ Shingen เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เฉพาะที่ร้าน KAYAKI สาขาเอ็มควอเทียร์เท่านั้น เพราะความอร่อยครั้งนี้ไม่ได้มีให้ลองตลอดปี! ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: Kayaki และ IG: kayakithailand

อัลบั้มภาพ 13 ภาพ

อัลบั้มภาพ 13 ภาพ ของ "KAYAKI" จับมือ "MITSUWOKOBOSE" เสิร์ฟ "คาคิโกริ" พรีเมียมส่งตรงจาก "มิยาซากิ" ถึง "เอ็มควอเทียร์"