คนเลี้ยงหมาต้องรู้! เปิดชื่อ 8 ต้นไม้ "สวยแต่มีพิษ" สุนัขเผลอกัดกินอาจป่วยหนัก
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1982/9910695/newnewnewnewnewnewnew-thumbna_1.jpgคนเลี้ยงหมาต้องรู้! เปิดชื่อ 8 ต้นไม้ "สวยแต่มีพิษ" สุนัขเผลอกัดกินอาจป่วยหนัก

คนเลี้ยงหมาต้องรู้! เปิดชื่อ 8 ต้นไม้ "สวยแต่มีพิษ" สุนัขเผลอกัดกินอาจป่วยหนัก

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

เตือนคนเลี้ยงสุนัข! 8 ต้นไม้มีพิษต่อหมา ปลูกไว้ในบ้านอาจอันตราย บางชนิดถึงชีวิต

เตือนคนเลี้ยงสุนัข! 8 ต้นไม้มีพิษต่อหมาที่นิยมปลูกในบ้านและสวน เช่น มอนสเตอร่า ว่านหางจระเข้ ไฮเดรนเยีย พร้อมอาการและวิธีช่วยเหลือเบื้องต้น

คนรักต้นไม้ที่เลี้ยงสุนัขอยู่ในบ้านอาจต้องระวังมากกว่าที่คิด เพราะไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิดที่ดูสวยงามและนิยมปลูกกันทั่วไป อาจมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง หากสุนัขเผลอกัดหรือกินเข้าไป อาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย น้ำลายไหลผิดปกติ หรือในบางกรณีอาจส่งผลต่อระบบประสาทและการทำงานของหัวใจได้

สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (ASPCA) ได้รวบรวมรายชื่อพืชที่มีพิษต่อสุนัขและแมว โดยพบว่าไม้ประดับที่หลายคนคุ้นเคย เช่น ว่านหางจระเข้ มอนสเตอร่า ทิวลิป และไฮเดรนเยีย ล้วนเป็นพืชที่ต้องระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของพิษขึ้นอยู่กับชนิดของพืช ส่วนที่กิน ปริมาณที่ได้รับ และสภาพร่างกายของสุนัขแต่ละตัว

สำหรับเจ้าของสุนัขที่ชอบตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้ ลองตรวจสอบรายชื่อ 8 ต้นไม้มีพิษต่อสุนัขต่อไปนี้ ว่ามีชนิดใดอยู่ในบ้านหรือสวนของคุณบ้าง

1. ดอกแดฟโฟดิล (Daffodil) สวยสะดุดตา แต่หัวมีพิษสูง

ดอกแดฟโฟดิล หรือ Narcissus เป็นไม้ดอกที่มีสีเหลืองสดใสและนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในประเทศเขตหนาว แต่ความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้กลับแฝงความเสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยง เพราะมีสารกลุ่มอัลคาลอยด์ โดยเฉพาะไลโครีน (Lycorine) ซึ่งเป็นพิษต่อสุนัข

แม้ทุกส่วนของต้นจะมีสารที่เป็นอันตราย แต่ส่วนที่มีความเข้มข้นของสารพิษสูงที่สุดคือหัวใต้ดิน หากสุนัขขุดหัวขึ้นมากัดกิน อาจเกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย น้ำลายไหลมากผิดปกติ และหากได้รับในปริมาณมาก อาจเกิดอาการสั่น ชัก ความดันโลหิตต่ำ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ข้อควรระวัง: หากปลูกแดฟโฟดิลในสวน ควรป้องกันไม่ให้สุนัขขุดดินบริเวณหัวของต้นไม้ และเก็บหัวพันธุ์ที่ยังไม่ปลูกให้พ้นจากสัตว์เลี้ยง

2. ว่านสี่ทิศ (Hippeastrum) ดอกสวย แต่มีสารพิษต่อสุนัข

ว่านสี่ทิศเป็นไม้ดอกที่หลายคนชื่นชอบ เพราะมีดอกขนาดใหญ่ สีสันสดใส และสามารถปลูกในกระถางได้ โดยพืชสกุล Hippeastrum ซึ่งมีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Amaryllis บางชนิด มีสารไลโครีนและสารกลุ่มอัลคาลอยด์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุนัข

หากสุนัขกัดกินส่วนของต้นไม้ โดยเฉพาะส่วนหัว อาจมีอาการน้ำลายไหลมาก อาเจียน ท้องเสีย เบื่ออาหาร ปวดท้อง และซึมผิดปกติ ในบางกรณีอาจพบอาการสั่นร่วมด้วย ทั้งนี้ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ

ข้อควรระวัง: บ้านที่เลี้ยงสุนัขชอบขุดดินหรือกัดแทะต้นไม้ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกว่านสี่ทิศในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะกระถางที่มีหัวพืชอยู่ใกล้ผิวดิน

3. ดอกลิลลี่บางชนิด อาจระคายเคืองปากและทางเดินอาหาร

ดอกลิลลี่เป็นไม้ดอกยอดนิยมที่หลายคนชอบนำมาจัดแจกัน แต่คำว่า "ลิลลี่" ใช้เรียกพืชหลายชนิดที่มีความเป็นพิษแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ก่อนนำมาปลูกหรือจัดวางในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

ตัวอย่างเช่น คาลล่าลิลลี่ (Calla Lily) ซึ่งอยู่ในสกุล Zantedeschia มีผลึกแคลเซียมออกซาเลตชนิดไม่ละลายน้ำ หากสุนัขกัดกินจะทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณปาก ลิ้น และลำคอ อาจมีอาการน้ำลายไหล อาเจียน เจ็บปาก หรือกลืนอาหารลำบาก

ส่วนลิลลี่แท้ในสกุล Lilium และเดย์ลิลลี่ในสกุล Hemerocallis มีความเป็นพิษต่อแมวรุนแรงกว่าสุนัขมาก โดยแมวอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน แม้ได้รับในปริมาณเล็กน้อย ขณะที่สุนัขมักพบอาการระคายเคืองทางเดินอาหารมากกว่า จึงไม่ควรเข้าใจว่าลิลลี่ทุกชนิดทำให้สุนัขไตวายเหมือนกัน

ข้อควรระวัง: หากบ้านเลี้ยงทั้งสุนัขและแมว ควรหลีกเลี่ยงดอกลิลลี่ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะลิลลี่แท้และเดย์ลิลลี่ที่เป็นอันตรายรุนแรงต่อแมว

4. ดอกทิวลิป (Tulip) อันตรายโดยเฉพาะส่วนหัว

ทิวลิปเป็นดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม นิยมใช้ตกแต่งบ้านและสวน แต่พืชชนิดนี้มีสาร Tulipalin A และ Tulipalin B ซึ่งเป็นสารที่อาจทำให้สุนัขเกิดอาการเป็นพิษเมื่อกินเข้าไป

สารพิษพบได้ในส่วนต่าง ๆ ของต้น แต่มีความเข้มข้นสูงที่สุดบริเวณหัวใต้ดิน หากสุนัขกัดหรือกินหัวทิวลิป อาจเกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย น้ำลายไหลมาก และซึมผิดปกติ โดยอาการรุนแรงมีโอกาสเกิดขึ้นเมื่อได้รับสารพิษในปริมาณมาก

ข้อควรระวัง: ไม่ควรปล่อยให้สุนัขคาบหัวทิวลิปเล่นหรือขุดหัวจากกระถาง และควรเก็บหัวพันธุ์ที่ซื้อมาเพื่อปลูกในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงเข้าไม่ถึง

5. ดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ไม้ดอกยอดนิยมที่มีสารพิษ

ไฮเดรนเยียเป็นไม้ดอกที่ได้รับความนิยมจากช่อดอกขนาดใหญ่และสีสันหลากหลาย ทั้งสีฟ้า ชมพู ม่วง และขาว แต่พืชชนิดนี้มีสารกลุ่มไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ (Cyanogenic glycosides) ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการเป็นพิษได้เมื่อสัตว์กินเข้าไป

หากสุนัขเผลอกินใบหรือดอกไฮเดรนเยีย อาจเกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย และซึมผิดปกติ โดยการได้รับสารในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม การกินในปริมาณเล็กน้อยมักทำให้เกิดปัญหาระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก

ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำช่อดอกหรือเศษใบไฮเดรนเยียมาวางในบริเวณที่สุนัขสามารถคาบเล่นได้ และควรเก็บเศษพืชที่ร่วงหล่นออกจากพื้นที่สัตว์เลี้ยง

6. ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ดีต่อคน แต่ไม่ปลอดภัยเมื่อสุนัขกิน

ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันดี นิยมนำเจลใสด้านในใบมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แต่ตัวพืชมีสารบางชนิดที่เป็นพิษต่อสุนัข โดยเฉพาะสารกลุ่มแอนทราควิโนน เช่น Aloin ซึ่งพบในน้ำยางสีเหลืองบริเวณใต้เปลือกใบ

เมื่อสุนัขกัดกินว่านหางจระเข้ อาจมีอาการอาเจียน ท้องเสีย ซึม และเกิดความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ในบางกรณีอาจพบการเปลี่ยนแปลงของสีปัสสาวะด้วย

ข้อควรระวัง: แม้ว่านหางจระเข้จะเป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ แต่ไม่ควรปล่อยให้สุนัขกัดกินใบสด และไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้สำหรับคนมาใช้กับสัตว์เลี้ยงโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์

7. มอนสเตอร่า (Monstera) ไม้ใบสวยยอดฮิตที่ทำให้ปากบวมได้

มอนสเตอร่าเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยใบขนาดใหญ่และลวดลายฉีกเป็นเอกลักษณ์ แต่พืชชนิดนี้มีผลึกแคลเซียมออกซาเลตชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งสามารถทำให้เนื้อเยื่อบริเวณปากและทางเดินอาหารระคายเคืองเมื่อสัตว์กัดกิน

หากสุนัขเคี้ยวใบหรือลำต้นมอนสเตอร่า อาจเกิดอาการเจ็บปาก น้ำลายไหลมาก ปากหรือลิ้นบวม อาเจียน และกลืนลำบาก โดยอาการมักเกิดจากการระคายเคืองของผลึกสารภายในเนื้อเยื่อพืช

แม้โดยทั่วไปพิษของมอนสเตอร่ามักไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่ในกรณีที่เกิดอาการบวมมากบริเวณปากและลำคอ อาจกระทบต่อการหายใจและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ทันที

ข้อควรระวัง: บ้านที่เลี้ยงลูกสุนัขหรือสุนัขที่ชอบกัดแทะสิ่งของ ควรวางมอนสเตอร่าไว้ในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงไม่ได้

8. ไอวี่อังกฤษ (English Ivy) ไม้เลื้อยสวย แต่มีพิษต่อระบบทางเดินอาหาร

ไอวี่อังกฤษ หรือ Hedera helix เป็นไม้เลื้อยที่นิยมปลูกประดับผนัง รั้ว และกระถางแขวน มีใบสีเขียวสวยงาม แต่ภายในพืชมีสารกลุ่ม Triterpenoid saponins ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการเป็นพิษเมื่อสุนัขกินเข้าไป

อาการที่พบได้ ได้แก่ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย และน้ำลายไหลมากผิดปกติ โดย ASPCA ระบุว่าส่วนใบมีความเป็นพิษมากกว่าผลของพืชชนิดนี้

ข้อควรระวัง: หากปลูกไอวี่ในสวนหรือกระถาง ควรตัดแต่งไม่ให้เถาเลื้อยอยู่ในระดับที่สุนัขสามารถกัดแทะได้ และเก็บกวาดใบที่ร่วงหล่นอย่างสม่ำเสมอ

สุนัขกินต้นไม้มีพิษ จะมีอาการอย่างไร?

อาการของสุนัขที่ได้รับสารพิษจากพืชแตกต่างกันตามชนิดและปริมาณที่กินเข้าไป บางตัวอาจมีเพียงอาการระคายเคืองในช่องปากหรือท้องเสียเล็กน้อย ขณะที่บางตัวอาจมีอาการทางระบบประสาทและหัวใจที่รุนแรงได้

เจ้าของควรสังเกตอาการผิดปกติต่อไปนี้

  • น้ำลายไหลมาก: น้ำลายไหลผิดปกติ เลียปากบ่อย หรือใช้เท้าเกาบริเวณปาก
  • อาเจียนและท้องเสีย: อาจเกิดขึ้นหลังจากกินใบ ดอก หรือลำต้นที่มีสารระคายเคือง
  • ปากและลิ้นบวม: พบได้จากพืชที่มีผลึกแคลเซียมออกซาเลต เช่น มอนสเตอร่าและคาลล่าลิลลี่
  • ซึมและไม่กินอาหาร: สุนัขอาจมีอาการอ่อนแรง ไม่ร่าเริง หรือปฏิเสธอาหาร
  • ตัวสั่นหรือชัก: อาจพบในกรณีได้รับสารพิษบางชนิดในปริมาณมาก
  • หายใจลำบากหรือหัวใจเต้นผิดปกติ: เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์โดยเร่งด่วน

ทั้งนี้ สุนัขบางตัวอาจยังไม่แสดงอาการทันทีหลังจากกินพืชมีพิษ จึงไม่ควรรอให้เกิดอาการรุนแรงก่อนติดต่อสัตวแพทย์

หากสุนัขเผลอกินต้นไม้มีพิษ ต้องทำอย่างไร?

หากพบว่าสุนัขกัดกินพืชที่สงสัยว่ามีพิษ สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้กินเพิ่ม และติดต่อสัตวแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของสารพิษและปริมาณที่ได้รับ

  1. นำสุนัขออกจากบริเวณต้นไม้: เพื่อป้องกันการกัดกินเพิ่มเติม
  2. เก็บตัวอย่างหรือถ่ายภาพต้นไม้: ถ่ายภาพใบ ดอก และส่วนที่สุนัขกิน เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์ระบุชนิดพืชได้
  3. ตรวจสอบอาการเบื้องต้น: สังเกตการหายใจ อาการอาเจียน น้ำลายไหล และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
  4. ติดต่อสัตวแพทย์ทันที: แจ้งชนิดพืช ปริมาณที่คาดว่ากินเข้าไป และช่วงเวลาที่เกิดเหตุให้ชัดเจน
  5. ห้ามทำให้อาเจียนเอง: ไม่ควรให้เกลือ นม น้ำมัน ยาคน หรือสารอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นให้อาเจียน เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์

หากสุนัขมีอาการชัก หมดสติ หายใจผิดปกติ หรือปากและลำคอบวมมาก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉินทันที

วิธีป้องกันสุนัขได้รับพิษจากต้นไม้ในบ้าน

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรู้จักชนิดของต้นไม้ที่ปลูก และตรวจสอบว่าปลอดภัยต่อสุนัขหรือไม่ก่อนนำเข้าบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกสุนัขหรือสุนัขที่มีพฤติกรรมชอบกัดแทะใบไม้และขุดดิน

  • ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นไม้ก่อนซื้อ เพราะชื่อสามัญบางชนิดอาจใช้เรียกพืชหลายชนิดที่มีระดับความเป็นพิษแตกต่างกัน
  • หลีกเลี่ยงการปลูกพืชมีพิษในบริเวณที่สุนัขสามารถเข้าถึงได้
  • เก็บหัวพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ ใบไม้ และดอกไม้ที่ร่วงหล่นให้พ้นจากสัตว์เลี้ยง
  • จัดพื้นที่เลี้ยงสุนัขให้ปลอดภัย และสังเกตพฤติกรรมการกัดแทะสิ่งของ
  • หากต้องการปลูกต้นไม้เพิ่ม ควรเลือกชนิดที่มีข้อมูลยืนยันว่าปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง

สรุป 8 ต้นไม้มีพิษต่อสุนัข คนเลี้ยงหมาควรระวัง

ต้นไม้ที่มีพิษต่อสุนัขทั้ง 8 ชนิด ได้แก่ แดฟโฟดิล ว่านสี่ทิศ ลิลลี่บางชนิด ทิวลิป ไฮเดรนเยีย ว่านหางจระเข้ มอนสเตอร่า และไอวี่อังกฤษ ล้วนเป็นพืชที่อาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติหากสุนัขกัดกินเข้าไป แต่ความรุนแรงของพิษไม่ได้เท่ากันทุกชนิด

สำหรับคนเลี้ยงสุนัข การเลือกไม้ประดับจึงไม่ควรพิจารณาเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงด้วย หากสงสัยว่าสุนัขกินต้นไม้มีพิษ ควรติดต่อสัตวแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามรักษาเอง เพราะการได้รับคำแนะนำอย่างรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. ASPCA – Toxic and Non-Toxic Plant List for Dogs
  2. ASPCA – Daffodil Toxicity
  3. ASPCA – Amaryllis Toxicity
  4. ASPCA – Tulip Toxicity
  5. ASPCA – English Ivy Toxicity
  6. Pet Poison Helpline – Calla Lily Poisoning
  7. Pet Poison Helpline – Lily Toxicity in Pets

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :rmf.fm