แปรงฟันต้องจุ่มน้ำก่อนหรือไม่? ทันตแพทย์ญี่ปุ่นเฉลย หลายคนอาจทำผิดวิธีมานาน
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1982/9910302/new-thumbnail1200x720_v2.jpgแปรงฟันต้องจุ่มน้ำก่อนหรือไม่? ทันตแพทย์ญี่ปุ่นเฉลย หลายคนอาจทำผิดวิธีมานาน

แปรงฟันต้องจุ่มน้ำก่อนหรือไม่? ทันตแพทย์ญี่ปุ่นเฉลย หลายคนอาจทำผิดวิธีมานาน

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

ก่อนแปรงฟันควรจุ่มแปรงสีฟันในน้ำหรือไม่? ทันตแพทย์ญี่ปุ่นเฉลยข้อดีข้อเสีย พร้อมวิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง 

ก่อนแปรงฟัน คุณมีนิสัยนำแปรงสีฟันไปจุ่มน้ำให้เปียกก่อนบีบยาสีฟันหรือไม่? บางคนอาจบีบยาสีฟันลงบนแปรงแล้วค่อยนำไปแตะน้ำ เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้เกิดฟองมากขึ้นและทำความสะอาดฟันได้ดีขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ นี้อาจทำให้เราแปรงฟันไม่ทั่วถึงอย่างที่คิด

ทันตแพทย์ชาวญี่ปุ่นออกมาอธิบายว่า ควรทำให้แปรงสีฟันเปียกก่อนแปรงหรือไม่ พร้อมเปิดเผยสิ่งที่สำคัญกว่าการจุ่มแปรงลงในน้ำ

ก่อนแปรงฟัน ต้องทำให้แปรงสีฟันเปียกก่อนหรือไม่?

เว็บไซต์ grape ของญี่ปุ่น ได้สัมภาษณ์ ทันตแพทย์นาโอะ ทันตแพทย์ผู้ให้ความรู้ด้านสุขภาพช่องปากผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับพฤติกรรมการนำแปรงสีฟันไปจุ่มน้ำก่อนแปรง ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินว่าเป็นวิธีที่ไม่ควรทำ เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟันลดลง

ทันตแพทย์นาโอะอธิบายว่า การใช้แปรงสีฟันแบบแห้งหรือแบบเปียก ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการขจัดคราบจุลินทรีย์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการจุ่มแปรงสีฟันลงในน้ำก่อนแปรงจึงไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่ผิด และไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ฟันสะอาดน้อยลงเสมอไป

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Dental Hygiene เมื่อปี 2018 ซึ่งเปรียบเทียบประสิทธิภาพการขจัดคราบจุลินทรีย์ระหว่างแปรงสีฟันแบบแห้งและแบบเปียก ผลการศึกษาพบว่า แปรงแบบแห้งช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้ประมาณ 58% ส่วนแปรงที่ทำให้เปียกก่อนช่วยลดได้ประมาณ 57% โดยความแตกต่างดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

ทำไมทันตแพทย์บางคนจึงแนะนำว่า ไม่ควรจุ่มแปรงสีฟันในน้ำ?

แม้การทำให้แปรงสีฟันเปียกจะไม่ได้ลดประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟันโดยตรง แต่ทันตแพทย์นาโอะอธิบายว่า ปัญหาที่ควรระวังคือการเติมน้ำอาจทำให้ยาสีฟันเกิดฟองมากเกินไป จนผู้แปรงรู้สึกว่าทำความสะอาดฟันได้เพียงพอแล้ว ทั้งที่อาจยังแปรงไม่ครบทุกซี่หรือทุกด้าน

เมื่อมีฟองยาสีฟันจำนวนมาก บางคนอาจรู้สึกว่าช่องปากสะอาดและสดชื่น จึงรีบจบการแปรงฟันเร็วกว่าที่ควร ส่งผลให้มีคราบจุลินทรีย์หลงเหลืออยู่ตามซอกฟันหรือบริเวณขอบเหงือกได้ 

แปรงฟันอย่างไรให้สะอาด? สิ่งสำคัญกว่าการจุ่มแปรงในน้ำ

ทันตแพทย์นาโอะเน้นว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการทำให้แปรงสีฟันเปียกหรือแห้ง คือการเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในปริมาณเหมาะสม และแปรงฟันอย่างทั่วถึงโดยไม่รีบร้อน เนื่องจากฟลูออไรด์เป็นสารสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเคลือบฟันและลดความเสี่ยงฟันผุ

คำแนะนำจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ระบุว่า ผู้ใหญ่ควรเลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์อย่างน้อย 1,350 ส่วนในล้านส่วน หรือ ppm และแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 นาที โดยควรแปรงให้ทั่วถึงทั้งด้านนอก ด้านใน และด้านบดเคี้ยวของฟันทุกซี่

5 วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงฟันผุ

สำหรับผู้ที่ต้องการปรับพฤติกรรมการแปรงฟันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถนำคำแนะนำต่อไปนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

  1. เลือกยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ผู้ใหญ่ควรใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์อย่างน้อย 1,350 ppm เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ
  2. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนเข้านอน และอีกหนึ่งครั้งในระหว่างวัน
  3. แปรงฟันประมาณ 2 นาที ให้ทั่วถึงทุกซี่ ทั้งด้านนอก ด้านใน และด้านบดเคี้ยว รวมถึงบริเวณขอบเหงือก
  4. บ้วนยาสีฟันส่วนเกิน แต่ไม่ต้องบ้วนน้ำตามทันที เพื่อให้ฟลูออไรด์คงอยู่บนผิวฟันได้นานขึ้น
  5. ทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน ด้วยไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันที่เหมาะสม เพราะแปรงสีฟันทั่วไปอาจทำความสะอาดระหว่างซอกฟันได้ไม่ทั่วถึง

แปรงฟันเสร็จแล้ว ควรบ้วนน้ำตามหรือไม่?

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่หลายคนอาจทำเป็นประจำคือการบ้วนน้ำหลายครั้งหลังแปรงฟัน เพื่อให้รู้สึกว่าสะอาดและไม่เหลือยาสีฟันอยู่ในปาก อย่างไรก็ตาม NHS แนะนำว่า หลังแปรงฟันควรบ้วนยาสีฟันส่วนเกินทิ้ง โดยไม่จำเป็นต้องบ้วนน้ำตามทันที

เหตุผลคือการบ้วนน้ำทันทีอาจชะล้างฟลูออไรด์ที่เหลืออยู่บนผิวฟัน ทำให้ความเข้มข้นของฟลูออไรด์ในช่องปากลดลง และอาจลดประโยชน์ในการป้องกันฟันผุได้ ดังนั้นหากต้องการให้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรหลีกเลี่ยงการบ้วนน้ำปริมาณมากทันทีหลังแปรงฟัน

iStockphoto

จุ่มแปรงสีฟันในน้ำก่อนใช้ ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้หรือไม่?

บางคนมีนิสัยนำแปรงสีฟันไปล้างน้ำก่อนใช้งาน เพราะคิดว่าจะช่วยกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่อาจสะสมอยู่บนขนแปรง แต่ทันตแพทย์นาโอะอธิบายว่า การใช้น้ำล้างแปรงอย่างรวดเร็วก่อนแปรงฟัน ไม่สามารถกำจัดจุลินทรีย์ได้ทั้งหมด และไม่ใช่วิธีฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือการดูแลแปรงสีฟันหลังใช้งาน โดยควรล้างคราบยาสีฟันและเศษอาหารออกให้สะอาด สะบัดน้ำส่วนเกินออก และเก็บแปรงในลักษณะตั้งตรงบริเวณที่อากาศถ่ายเท เพื่อให้ขนแปรงแห้งระหว่างการใช้งานแต่ละครั้ง

นอกจากนี้ ไม่ควรเก็บแปรงสีฟันที่ยังเปียกไว้ในภาชนะปิดสนิทเป็นเวลานาน เพราะสภาพแวดล้อมที่ชื้นอาจเอื้อต่อการสะสมของจุลินทรีย์ การดูแลความสะอาดและการทำให้แปรงแห้งอย่างเหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสุขอนามัยช่องปาก

สรุป ก่อนแปรงฟันควรทำให้แปรงสีฟันเปียกหรือแห้ง?

คำตอบจากทันตแพทย์ญี่ปุ่นคือ การทำให้แปรงสีฟันเปียกก่อนแปรงไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ได้ทำให้ความสามารถในการขจัดคราบจุลินทรีย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ควรระวังไม่ให้ฟองยาสีฟันที่เกิดขึ้นมากเกินไปทำให้เข้าใจว่าแปรงฟันสะอาดแล้ว จนละเลยการทำความสะอาดฟันให้ทั่วถึง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในปริมาณเหมาะสม แปรงให้ครบทุกซี่ และดูแลความสะอาดของแปรงสีฟันหลังใช้งาน เพราะพฤติกรรมเหล่านี้มีความสำคัญต่อสุขภาพช่องปากมากกว่าการเลือกว่าจะจุ่มแปรงสีฟันในน้ำก่อนแปรงหรือไม่

แหล่งอ้างอิง

  1. grape Japan - 歯みがきの前に歯ブラシ濡らしてる? 『NG』といわれる理由を歯科医に聞いた
  2. PubMed - Dry brushing: Does it improve plaque removal? A secondary analysis
  3. NHS - How to keep your teeth clean
  4. UK Government - Delivering Better Oral Health

ขอขอบคุณ

ภาพ :iStockphoto