5 อาหารเช้า "บัญชีดำ" แพทย์เกาหลีเตือน แม้หิวจัดก็ไม่ควรกิน!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1981/9909935/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpg5 อาหารเช้า "บัญชีดำ" แพทย์เกาหลีเตือน แม้หิวจัดก็ไม่ควรกิน!

5 อาหารเช้า "บัญชีดำ" แพทย์เกาหลีเตือน แม้หิวจัดก็ไม่ควรกิน!

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

5 อาหารเช้าที่ควรระวัง แม้หิวมากก็ไม่ควรกินบ่อย แพทย์เกาหลีแนะเลือกให้เหมาะสม

อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่ช่วยเติมพลังงานหลังจากร่างกายพักผ่อนตลอดคืน แต่การเลือกอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันมาก หรือมีสารอาหารไม่สมดุล อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต

พัค วอนจอง (Park Won-jung) แพทย์ชาวเกาหลีใต้ ได้กล่าวถึงอาหารบางประเภทที่ควรระมัดระวังในการรับประทานเป็นมื้อเช้า อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอาหารเหล่านี้เป็นอันตรายสำหรับทุกคนหรือจำเป็นต้องงดทั้งหมด เพราะผลกระทบต่อสุขภาพขึ้นอยู่กับปริมาณ ความถี่ วิธีปรุง และสุขภาพของแต่ละบุคคล มาดูกันว่ามีอาหารประเภทใดบ้างที่ควรเลือกกินอย่างเหมาะสม

1. ขนมหวานและแป้งขัดสี

ขนมปังขาว คุกกี้ และขนมอบที่มีน้ำตาลสูงเป็นอาหารเช้าที่สะดวกและรับประทานง่าย แต่หากกินเป็นประจำโดยไม่มีอาหารกลุ่มอื่นร่วมด้วย อาจทำให้ได้รับน้ำตาลและพลังงานมากเกินความจำเป็น ขณะที่ใยอาหารและสารอาหารบางชนิดอาจไม่เพียงพอ

อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตขัดสีและน้ำตาลสูงสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในปริมาณมาก ผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลจึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้ อาหารประเภทนี้อาจทำให้อิ่มได้ไม่นานเมื่อเทียบกับมื้ออาหารที่มีโปรตีนและใยอาหารร่วมด้วย

หากต้องการรับประทานขนมปังเป็นมื้อเช้า ควรเลือกขนมปังโฮลวีตหรือธัญพืชไม่ขัดสี และกินร่วมกับไข่ นม หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เพื่อช่วยให้มื้ออาหารมีสารอาหารหลากหลายมากขึ้น

2. น้ำผลไม้บรรจุขวดและน้ำผลไม้ที่กรองกากออก

น้ำผลไม้เป็นเครื่องดื่มที่ให้วิตามินและสารอาหารบางชนิด แต่การคั้นหรือกรองเอากากออกทำให้ได้รับใยอาหารน้อยกว่าการกินผลไม้ทั้งผล ขณะที่น้ำผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เติมน้ำตาลเพิ่ม

เมื่อดื่มน้ำผลไม้ในปริมาณมาก ร่างกายอาจได้รับน้ำตาลอย่างรวดเร็วและมากกว่าที่คาดไว้ การดื่มน้ำผลไม้เพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่ช่วยให้อิ่มนานเท่ากับการรับประทานผลไม้ทั้งผลร่วมกับอาหารอื่น ๆ

สำหรับมื้อเช้า ควรเลือกผลไม้สดทั้งผลเป็นหลัก และหากต้องการดื่มน้ำผลไม้ ควรเลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล พร้อมควบคุมปริมาณให้เหมาะสม ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลควรพิจารณาปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับด้วย

3. อาหารทอดที่มีไขมันสูง

ปาท่องโก๋ โดนัท และมันฝรั่งทอดเป็นอาหารที่หลายคนนิยมรับประทานในตอนเช้า แต่การกินอาหารทอดที่มีไขมันและพลังงานสูงบ่อยครั้งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการได้รับพลังงานเกินความต้องการ และส่งผลต่อน้ำหนักตัวในระยะยาว

อาหารที่มีไขมันสูงยังอาจทำให้กระเพาะอาหารใช้เวลาย่อยนานขึ้นในบางคน จึงเกิดอาการแน่นท้องหรือไม่สบายท้องได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อนหรืออาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ การบริโภคอาหารทอดที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

หากต้องการดูแลสุขภาพ ควรสลับไปเลือกอาหารที่ผ่านการต้ม นึ่ง หรืออบแทนการทอด และรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างสมดุล

4. เนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสำเร็จรูปที่มีโซเดียมสูง

ไส้กรอก เบคอน แฮม และเนื้อสัตว์กระป๋องเป็นอาหารที่เตรียมได้สะดวก เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัดในตอนเช้า แต่ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีโซเดียมและไขมันอิ่มตัวสูง หากรับประทานเป็นประจำในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจและหลอดเลือด

เนื้อสัตว์แปรรูปบางชนิดยังมีสารไนไตรต์หรือไนเตรตที่ใช้ในกระบวนการผลิต โดยเนื้อสัตว์แปรรูปได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตามการประเมินขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) ซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับรูปแบบและปริมาณการบริโภค ไม่ได้หมายความว่าการกินอาหารเหล่านี้เพียงครั้งเดียวจะทำให้เกิดมะเร็ง

ผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปอาจเลือกไข่ ปลา เนื้อสัตว์สดที่ปรุงสุก หรือเต้าหู้เป็นแหล่งโปรตีนแทน พร้อมตรวจสอบฉลากโภชนาการเพื่อเปรียบเทียบปริมาณโซเดียมและไขมันก่อนเลือกซื้อ

5. นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่เหมาะกับร่างกาย

นมเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมที่มีประโยชน์ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเช้าที่สมดุลได้ อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสียหลังดื่มนม เนื่องจากภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ไม่ดี ซึ่งความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

สำหรับผู้ที่ดื่มนมแล้วมีอาการไม่สบายท้อง อาจลองเลือกนมปราศจากแลคโตสหรือผลิตภัณฑ์นมชนิดอื่นที่เหมาะกับตัวเอง และสังเกตอาการหลังรับประทาน ทั้งนี้ ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการดื่มนมขณะท้องว่างทำให้โปรตีนในนมจับตัวเป็นก้อนจนเป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารในคนทั่วไป

หากดื่มนมได้ตามปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเพียงเพราะเป็นช่วงเช้าหรือยังไม่ได้รับประทานอาหาร การเลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะสมกับสุขภาพ รวมถึงรับประทานร่วมกับอาหารอื่นเมื่อจำเป็น เป็นแนวทางที่ช่วยให้ได้รับประโยชน์จากนมได้อย่างเหมาะสม

คำแนะนำสำหรับการเลือกอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

การรับประทานอาหารเช้าที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกประเภทที่กล่าวมา แต่ควรให้ความสำคัญกับความหลากหลายและสมดุลของสารอาหาร โดยเลือกอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน โปรตีน และใยอาหารร่วมกัน เช่น ข้าวกล้องหรือข้าวโอ๊ตกับไข่และผัก หรือขนมปังโฮลวีตกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติและผลไม้สด

หลังตื่นนอนควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารตามความหิวและกิจวัตรประจำวัน ไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองให้รับประทานภายในเวลาที่ตายตัวสำหรับทุกคน สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือความดันโลหิตสูง ควรปรับอาหารให้เหมาะกับคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

สิ่งสำคัญที่สุดคือการพิจารณาทั้งคุณภาพและปริมาณของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน เพราะสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมการกินโดยรวมที่ทำอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

แหล่งข้อมูล

  1. Chosun
  2. Good Morning Health
  3. องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อสัตว์แปรรูป

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA