Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060//s.isanook.com/sh/0/di/no-thumbnail-image.jpg
นายกย้ำไม่แทรกอำนาจศาลวินิจฉัยประกันแดง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับ นายก อภิสิทธิ์ โดยได้เตือนประชาชนให้ฉลองเทศกาลปีใหม่โดยไม่ประมาท ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ง่วงไม่ขับ เมาแล้วพัก
พร้อมกันนี้ นายกฯ ยังได้ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่หลังยกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พื้นที่ กทม. และปริมณฑลแล้ว ส่วนการประกันตัวเสื้อแดง ยืนยันว่าต้องอยู่ภายใต้หลักของกฎหมาย คือ ต้องอยู่ในดุลยพินิจของศาล ไม่ใช่รัฐบาล หรือฝ่ายอื่น ซึ่งทุกฝ่ายต้องเคารพ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าหากได้รับการประกันตัวแล้วจะไม่ถูกดำเนินคดี หรือได้รับการจับกุมโดยไม่เป็นธรรม แต่เบื้องตนรัฐบาลได้รับทราบข้อมูลว่าผู้ถูกคุมขังไม่ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย และขาดแคลนทุนทรัพย์ รัฐบาลจึงยื่นมือเข้ามาช่วย เบื้องต้นยื่นประกันไป 5 ราย แต่ศาลให้ประกันตัว 3 ราย ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะมุ่งเน้นประกันตัวคนที่มีความผิดเบา ส่วนแกนนำก็มีสิทธิ์จะยื่นประกันตัวเช่นกัน ซึ่งต้องดูเป็นรายบุคคล ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นมติของ ครม.ว่าจะให้ประกันหรือไม่
ส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัด ก็ได้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานีไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็จะมีการพิจารณาความเหมาะสม โดยคาดว่ามีการนำร่องจังหวัดละ 1 อำเภอ
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า ไม่คาดคิดว่า รัฐบาลตนจะอยู่ครบ 2 ปี จนมาออกรายการนี้ เป็นครั้งที่ 100 เพราะสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมาไม่ปกติ และไม่ได้ตั้งใจว่าจะอยู่ครบเทอม แต่รัฐบาล ก็ยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการต่างๆ ต่อไป โดยสาเหตุที่รัฐบาลผ่านพ้นวิกฤตมาได้ เพราะเสียงสนับสนุนในสภา แต่สิ่งสำคัญ คือ เสียงจากประชาชน และการมุ่งมั่นในการทำงานทุ่มเทเต็มที่ เพราะบ้านเมืองอยู่ในภาวะลำบาก มุ่งทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน จนประชาชนให้โอกาส ส่วนเหตุการณ์ร้ายแรงนำมาซึ่งความเสียใจ รัฐบาลได้ใช้ความพยายามอดทนอดกลั้น ใช้หลักนิติรัฐ มีการสอบสวน พร้อม
กันนี้ยังกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ตนเองมีผมหงอกขึ้นแล้ว ส่วนกรณีที่ภาคเอกชน ให้คะแนนรัฐบาลสอบผ่านอย่างฉิวเฉียดนั้น ส่วนตัวมองว่า ตัวเลขในทางเศรษฐกิจดีกว่าที่คิดไว้ในภาวะสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ ซึ่งการให้คะแนนเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งดี ที่ทำให้รัฐบาลต้องกระตุ้นให้พยายามมากขึ้น ขณะเดียวกันมองว่า สถานการณ์บ้านเมืองจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง คือ ต้องผ่านกระบวนการเลือกตั้งแล้ว แต่การเลือกตั้งต้องอยู่ในบรรยากาศที่ดีด้วย ส่วนการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล ยอมรับไม่มีใครอยากออกจากรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าการยุบสภาน่าจะเกิดขึ้นก่อนปลายปีหน้า ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ นโยบายก็ต้องดำเนินต่อไปให้เสร็จ ซึ่งถือเป็นการท้าทายพรรคการเมือง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังแถลงผลงานรัฐบาลครบ 2 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตนก็ได้มีการประเมินผลงานของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่คิดไว้ในใจ ทั้งนี้มองว่า การเกิดปัญหาระหว่างพรรคร่วม ถือเป็นเรื่องปกติของรัฐบาลผสม โดยยอมรับว่า มีการแข่งขันกันเองบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องไม่มีการก้าวล่วง ซึ่งพรรคร่วมเข้าใจกติกานี้ดี แต่โดยรวมถือว่า ร่วมงานต่อไปได้ พร้อมยืนยันในการเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคที่ชนะอันดับ 1 ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวมอบนโยบายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสัมมนา เรื่องการเสริมสร้างการเมืองการป้องครองในระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แก่ข้าราชการตำรวจว่า สถานการณ์ในหลายพื้นที่ ที่รัฐบาลยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วนั้น ตำรวจต้องเป็นหลักในการดูแลสถานการณ์ความมั่นคง โดยตนขอย้ำให้รับผิดชอบดูแลรักษากฎหมาย และหากสิ่งใดเกินขอบเขตกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปดูแล และหากทำได้ทุกพื้นที่ก็จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ ส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น รัฐบาลเข้มงวดกวดขันปราบปรามยาเสพติด ซึ่งต้องขอบคุณผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ในท้องที่ ที่สนองนโยบายรัฐบาลโดยการทำงานอย่างละเอียด และประชาชนมีความพึ่งพอใจมากขึ้น และหากทำต่อเนื่องก็จะสร้างความศรัทธาให้กับองค์กรตำรวจ ทั้งนี้ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังและละเอียดทุกพื้นที่และต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปงานตำรวจนั้น เพื่อให้การทำงานใกล้ชิดประชาชนและสามารถตรวจสอบได้ ขณะที่ประชาชนก็จะอบอุ่นใจที่มีตำรวจดูแลใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นการกระจายอำนาจโดยประชาชนมีส่วนร่วม
แชร์เรื่องนี้