เปิดคำพูด ‘แฮร์รี่’ รำลึกถึงควีนเอลิซาเบธ-เจ้าหญิงไดอาน่า กลางงานประชุมระดับโลก!

ภารกิจแน่น! "เจ้าชายแฮร์รี่" บินลัดฟ้าเยือนอเมริกา รำลึกถึง "ควีนเอลิซาเบธ-เจ้าหญิงไดอาน่า" กลางงานประชุมท่องเที่ยวระดับโลก
เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ เดินหน้าทำภารกิจอย่างต่อเนื่องในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หลังทรงย้ายครอบครัวกลับไปประทับที่สหราชอาณาจักรได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน โดยในการเข้าร่วมงานประชุมระดับโลกครั้งนี้ พระองค์ได้กล่าวรำลึกถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้เป็นพระอัยยิกา และเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาผู้ล่วงลับ[cite: 1]
การเสด็จเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly)[cite: 1] โดยเจ้าชายแฮร์รี่ วัย 42 พรรษา ได้เข้าร่วมงาน Skift Global Forum ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุม North Javits Center นครนิวยอร์ก[cite: 1] งานดังกล่าวเป็นเวทีรวมตัวของผู้นำและนวัตกรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อหารือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ที่จะกำหนดทิศทางอนาคตของการเดินทาง
1. "เสด็จย่าส่งไป" และบทเรียนจากการเดินทางรอบโลก
ในระหว่างการบรรยายพิเศษ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงกล่าวถึงประสบการณ์การเดินทางอันยาวนานของพระองค์ว่า "ผมโชคดีมากที่มีโอกาสได้เดินทางไปแทบจะทุกมุมโลก เพราะสมเด็จย่าทรงส่งผมไปครับ" พระองค์ตรัสพร้อมหัวเราะ ก่อนจะปรับโทนเสียงเข้าสู่ความจริงจังว่า การได้เห็นโลกกว้างช่วยเปิดตาเปิดใจให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และชุมชนโลก
เจ้าชายแฮร์รี่ยังทรงย้อนเล่าเหตุการณ์เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ขณะเสด็จเยือนแคริบเบียน ว่ามีเด็กน้อยวัยประมาณ 6 ขวบเดินเข้ามาทักทาย โดยเด็กคนนั้นอาจไม่รู้ว่าพระองค์เป็นใคร แต่มองเห็นกล้องจำนวนมากกำลังจับจ้องมาที่พระองค์ เด็กน้อยตรัสกับพระองค์ว่า "รู้ไหมครับ เพราะประเทศของท่าน ประเทศของผมถึงต้องเดือดร้อน" ซึ่งคำพูดนี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้พระองค์ตระหนักถึงผลกระทบระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้งมาจนถึงทุกวันนี้
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเอ่ยถึงเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดา โดยเฉพาะเหตุการณ์สูญเสียอันน่าเศร้าเมื่อเดือนสิงหาคมปี 1997[cite: 1] เจ้าชายแฮร์รี่ตรัสว่าการเดินทางไปเยือนบอตสวานาหลังจากพระมารดาสิ้นพระชนม์ ช่วยเตือนสติว่ามนุษย์เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งยิ่งใหญ่ และทำให้พระองค์มองเห็นว่าพื้นที่ธรรมชาติอย่างโอคาวังโก (Okavango) ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นระบบชีวิตที่ค้ำจุนสัตว์ป่าและชุมชน
2. เสียงเตือนจากหัวอก "พ่อ" ถึงภัยร้ายของ AI ต่อเด็กๆ
นอกเหนือจากงานด้านการท่องเที่ยวผ่านองค์การไม่แสวงหาผลกำไร Travalyst ที่ทรงก่อตั้งขึ้นในปี 2019 แล้ว ในวันเดียวกัน เจ้าชายแฮร์รี่ยังได้ขึ้นกล่าวปฏิพัทธ์บนเวทีประชุมประจำปี Clinton Global Initiative ของบิลและฮิลลารี คลินตัน
พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงอันตรายของเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก ซึ่งเป็นประเด็นที่พระองค์และเมแกน มาร์เคิล พระชายา (วัย 45 พรรษา) ให้ความสำคัญมาโดยตลอด
"โซเชียลมีเดียแย่งชิงความสนใจ แต่ AI กำลังแย่งชิงความสัมพันธ์"
เจ้าชายแฮร์รี่ตรัสในฐานะคุณพ่อว่า "โซเชียลมีเดียเรียนรู้ที่จะดึงความสนใจของเรา แต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเรียนรู้ที่จะเข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ มันไม่ได้ต้องการแค่ความสนใจ แต่มันต้องการความผูกพัน อยากเป็นคนที่เด็กๆ ปรับทุกข์ด้วย คนที่จำเรื่องของเด็กๆ ได้ และคนที่บอกว่าเข้าใจเด็กๆ มากที่สุด"
พระองค์ทรงปิดท้ายว่า นวัตกรรมไม่เคยเรียกร้องให้เรานำชีวิตลูกหลานไปเสี่ยงโชค และเราไม่ควรรักษาข้อตกลงที่อันตรายเช่นนี้ไว้
3. ชีวิตบทใหม่ และการสนับสนุนจาก "เมแกน มาร์เคิล"
การเดินทางมาสหรัฐฯ ครั้งนี้ นับเป็นภารกิจสาธารณะครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์ของเจ้าชายแฮร์รี่ หลังจากที่พระองค์เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นงานมอบรางวัล Invictus Spirit Awards งานแข่งพิกเคิลบอลร่วมกับทหารผ่านศึกในเบอร์มิงแฮม และงานประกาศรางวัล WellChild Awards ในลอนดอน
ขณะที่เมแกน พร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา — เจ้าชายอาร์ชี (7 พรรษา) และเจ้าหญิงลิลิเบต (5 พรรษา) ยังคงเก็บตัวอย่างเป็นส่วนตัวเพื่อปรับตัวกับบ้านและโรงเรียนใหม่ในอังกฤษ แต่เมแกนก็ได้แสดงพลังสนับสนุนพระสวามีผ่านโลกออนไลน์
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ได้โพสต์วิดีโอประทับใจผ่าน Instagram ซึ่งเป็นภาพเจ้าชายแฮร์รี่ขณะร่วมงาน WellChild Awards โอบกอดและให้กำลังใจเด็กๆ โดยใช้นวัตกรรมเพลง "I Believe" ของ Sam Garrett ประกอบวิดีโอ พร้อมข้อความชวนซาบซึ้งใจ
สะท้อนให้เห็นว่า แม้ครอบครัวซัสเซกซ์จะปักหลักย้ายถิ่นฐานกลับสู่อังกฤษแล้ว แต่ทั้งสองพระองค์ยังคงรักษาความสัมพันธ์และภารกิจการกุศลทั้งสองฝั่งแอตแลนติกไว้ได้อย่างลงตัว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
