.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
เปิดประวัติศาสตร์ไทย มีการทำยุทธหัตถีกี่ครั้ง? ก่อนจบศึกครั้งสุดท้ายที่ "พระนเรศวร"
เปิดประวัติศาสตร์ไทย มีการทำยุทธหัตถีกี่ครั้ง? ย้อน 5 เหตุการณ์ใหญ่ 7 คู่ชนช้าง
เมื่อกล่าวถึง “ยุทธหัตถี” คนไทยส่วนใหญ่มักนึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงชนช้างกับพระมหาอุปราชา แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยยังกล่าวถึงการชนช้างของพระมหากษัตริย์ พระราชโอรส และพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์ หากนับเฉพาะเหตุการณ์สำคัญที่ปรากฏในจารึกและพระราชพงศาวดารซึ่งได้รับการกล่าวถึงอย่างแพร่หลาย จะรวบรวมได้อย่างน้อย 5 เหตุการณ์ใหญ่ หรือ 7 คู่ยุทธหัตถี
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ข้อยุติว่าประวัติศาสตร์ไทยมีการชนช้างเพียงเท่านี้ เพราะคำว่า “ยุทธหัตถี” อาจถูกใช้ทั้งในความหมายของการต่อสู้ตัวต่อตัวบนหลังช้าง และการรบบนหลังช้างท่ามกลางกองทัพ นอกจากนี้ เอกสารแต่ละฉบับยังบันทึกรายละเอียด ชื่อบุคคล สถานที่ และศักราชแตกต่างกัน บทความนี้จึงนับตามเหตุการณ์เด่นที่มีข้อความระบุถึงการชนช้างอย่างชัดเจน
ยุทธหัตถีคืออะไร
คำว่า “ยุทธหัตถี” หมายถึงการต่อสู้บนหลังช้าง โดยมักเกิดขึ้นระหว่างกษัตริย์ เจ้านาย หรือแม่ทัพระดับสูงในสนามรบ ช้างศึกทำหน้าที่เสมือนพาหนะรบขนาดใหญ่ ช่วยให้ผู้บังคับบัญชามองเห็นสนามรบและต่อสู้จากตำแหน่งที่ได้เปรียบ การชนช้างจึงถือเป็นการศึกที่สะท้อนทั้งพระปรีชาสามารถ ความกล้าหาญ และสถานะของผู้นำกองทัพในอดีต
กรมศิลปากรอธิบายว่า การรบบนหลังช้างเป็นรูปแบบการศึกสำคัญของชนชั้นปกครองในดินแดนที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดีย รวมถึงลังกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ยุทธหัตถีไม่จำเป็นต้องเป็นการนัดหมายออกมาดวลกันตามลำพังเสมอไป หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางการตะลุมบอนของกองทัพ ก่อนช้างของผู้นำทั้งสองฝ่ายจะเข้าปะทะกัน
ครั้งที่ 1 พระราม หรือพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ชนช้างกับขุนสามชน
หลักฐานเก่าแก่ที่กล่าวถึงกษัตริย์ไทยทรงชนช้างปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ 1 เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ยกกองทัพเข้ามาตีเมืองตาก ขณะนั้นพระราม พระราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีพระชนมายุ 19 พรรษา และเสด็จร่วมรบในกองทัพสุโขทัย
เมื่อกองทัพฝ่ายพระราชบิดาเสียที พระรามทรงไสช้างชื่อ เบกพล เข้าชนช้าง มาสเมือง ของขุนสามชน จนขุนสามชนพ่ายหนีไป หลังการรบ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงพระราชทานพระนามว่า “พระรามคำแหง” ซึ่งมีความหมายถึงพระรามผู้กล้าหาญ เหตุการณ์นี้จึงมักได้รับการยกให้เป็นหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่บันทึกการยุทธหัตถีของพระมหากษัตริย์ไทย
ครั้งที่ 2 เจ้าอ้ายพระยา ชนช้างกับเจ้ายี่พระยา ชิงราชสมบัติอยุธยา
พ.ศ. 1967 หลังสมเด็จพระนครินทราธิราช หรือสมเด็จพระอินทราชา เสด็จสวรรคต พระราชโอรสองค์โตคือเจ้าอ้ายพระยาและพระราชโอรสองค์รองคือเจ้ายี่พระยา ต่างยกกำลังเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเพื่อชิงราชสมบัติ กองทัพของทั้งสองพระองค์เผชิญหน้ากันบริเวณเชิงสะพานป่าถ่าน และทรงชนช้างต่อสู้กัน
พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ บันทึกว่าพระราชกุมารทั้งสองทรงชนช้างกันจนสิ้นพระชนม์ทั้งคู่ ราชสมบัติจึงตกแก่เจ้าสามพระยา พระอนุชาองค์ที่สาม ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ต่อมาพระองค์โปรดให้สร้างวัดราชบูรณะบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระเชษฐาทั้งสอง ส่วนจุดที่ทรงชนช้างมีเจดีย์สององค์สร้างเป็นอนุสรณ์
ครั้งที่ 3 สมเด็จพระอินทราชา ชนช้างกับหมื่นนคร
ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับอาณาจักรล้านนาเพื่อแย่งชิงอำนาจเหนือหัวเมืองทางเหนือ พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุว่า สมเด็จพระอินทราชา พระราชโอรสในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงเข้าปะทะกับกองทัพฝ่ายล้านนา และได้ชนช้างกับแม่ทัพที่เรียกว่า หมื่นนคร
ระหว่างการต่อสู้ ช้างข้าศึกถึงสี่เชือกเข้ารุมช้างพระที่นั่งเพียงเชือกเดียว และสมเด็จพระอินทราชาต้องพระแสงปืนที่พระพักตร์ ก่อนที่ทัพล้านนาจะยกกลับ เหตุการณ์นี้มักกำหนดอยู่ราว พ.ศ. 2006 ตามลำดับศักราชในพงศาวดาร นับเป็นยุทธหัตถีสำคัญอีกครั้งหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในบทเรียนทั่วไป
ข้อมูลส่วนนี้ควรแยกออกจากศึกเมืองชากังราวในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือขุนหลวงพะงั่ว แม้พงศาวดารบันทึกว่าพระองค์ทรงยกทัพไปตีเมืองชากังราวหลายครั้ง แต่ข้อความหลักฐานที่ใช้กันทั่วไปไม่ได้ระบุชัดว่าขุนหลวงพะงั่วทรงชนช้างกับเจ้าเมืองชากังราว ดังนั้น จึงไม่ควรนับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นคู่ยุทธหัตถีโดยปราศจากข้อสังเกต
ครั้งที่ 4 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ชนช้างกับพระเจ้าแปร
พ.ศ. 2091 ในสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับกองทัพพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้แห่งหงสาวดี สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงยกทัพออกไปตรวจดูข้าศึกบริเวณทุ่งภูเขาทอง ก่อนทรงเข้าชนช้างกับกองทัพหน้าซึ่งมีพระเจ้าแปรเป็นแม่ทัพ ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสียทีและหันหลังให้ข้าศึก ทำให้พระเจ้าแปรทรงขับช้างติดตามมา
เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของวีรกรรมสมเด็จพระสุริโยทัย ซึ่งเสด็จร่วมกองทัพโดยทรงแต่งพระองค์อย่างพระมหาอุปราช เมื่อทอดพระเนตรเห็นพระราชสวามีกำลังตกอยู่ในอันตราย พระองค์จึงทรงขับช้างเข้าขวาง การรบในครั้งเดียวกันจึงเกิดการชนช้างต่อเนื่องถึงสองคู่
ครั้งที่ 5 สมเด็จพระสุริโยทัย ชนช้างกับพระเจ้าแปร
สมเด็จพระสุริโยทัยทรงขับช้างพระที่นั่งเข้ารับช้างของพระเจ้าแปร เพื่อป้องกันสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ แต่ช้างพระที่นั่งของพระองค์เสียทีแก่ช้างข้าศึก พระเจ้าแปรจึงใช้พระแสงของ้าวฟันถูกพระอังสา จนสมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์บนคอช้าง
พระองค์ได้รับการยกย่องเป็นวีรกษัตรีผู้สละพระชนมชีพเพื่อปกป้องพระราชสวามีและแผ่นดิน หากนับตามหลักฐานประวัติศาสตร์ที่ได้รับการกล่าวถึงโดยทั่วไป สมเด็จพระสุริโยทัยยังทรงเป็นสตรีพระองค์สำคัญเพียงพระองค์เดียวที่มีบันทึกว่าเข้าร่วมการยุทธหัตถี อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เล่าสืบต่อกันมาส่วนใหญ่อาศัยพระราชพงศาวดารซึ่งชำระขึ้นในสมัยหลัง
Sahamongkolfilmภาพยนตร์สุริโยไท (2544)
ครั้งที่ 6 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชนช้างกับพระมหาอุปราชา
ยุทธหัตถีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2135 ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ตามเรื่องราวในพระราชพงศาวดารไทย ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรพาพระองค์เข้าไปอยู่ท่ามกลางกองทัพฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะทรงท้าพระมหาอุปราชาให้ออกมาทำยุทธหัตถี
เมื่อช้างทั้งสองเข้าปะทะ สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง ชัยชนะครั้งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพระปรีชาสามารถและการรักษาเอกราชของกรุงศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม เอกสารไทย พม่า และหลักฐานต่างชาติบรรยายรายละเอียดของสมรภูมิแตกต่างกัน จึงควรระบุว่าเนื้อหาที่คนไทยคุ้นเคยมาจากแนวเรื่องในพระราชพงศาวดารไทยเป็นหลัก
ครั้งที่ 7 สมเด็จพระเอกาทศรถ ชนช้างกับมังจาชโร
ในสมรภูมิเดียวกัน สมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเข้าชนช้างกับแม่ทัพฝ่ายหงสาวดีที่เอกสารไทยเรียกว่า มังจาชโร หรือสะกดแตกต่างกันในบางแหล่งว่า มังจาปะโร พระองค์ทรงใช้พระแสงของ้าวฟันคู่ต่อสู้เสียชีวิตบนคอช้างและได้รับชัยชนะเช่นกัน
ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงยุทธหัตถี พ.ศ. 2135 จึงไม่ได้มีเพียงคู่ของสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาเท่านั้น แต่ยังมีคู่ของสมเด็จพระเอกาทศรถเกิดขึ้นในสนามรบเดียวกันด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้มักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นศึกยุทธหัตถีครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ไทย แม้การใช้ช้างในสงครามจะยังไม่ได้หมดไปทันทีหลังจากนั้น
Sahamongkolfilmภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5 ยุทธหัตถี (2557)
ลำดับยุทธหัตถีสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย
| ลำดับคู่ | คู่ยุทธหัตถี | ช่วงเวลา | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|---|---|
| 1 | พระราม กับขุนสามชน | สมัยสุโขทัย | ศึกเมืองตาก หลักฐานปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 |
| 2 | เจ้าอ้ายพระยา กับเจ้ายี่พระยา | พ.ศ. 1967 | ชนช้างชิงราชสมบัติที่สะพานป่าถ่าน |
| 3 | สมเด็จพระอินทราชา กับหมื่นนคร | ราว พ.ศ. 2006 | สงครามอยุธยากับล้านนาบริเวณหัวเมืองเหนือ |
| 4 | สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กับพระเจ้าแปร | พ.ศ. 2091 | ช้างพระที่นั่งฝ่ายอยุธยาเสียทีแก่ข้าศึก |
| 5 | สมเด็จพระสุริโยทัย กับพระเจ้าแปร | พ.ศ. 2091 | ทรงสละพระชนมชีพเพื่อปกป้องพระราชสวามี |
| 6 | สมเด็จพระนเรศวร กับพระมหาอุปราชา | พ.ศ. 2135 | ยุทธหัตถีที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย |
| 7 | สมเด็จพระเอกาทศรถ กับมังจาชโร | พ.ศ. 2135 | เกิดขึ้นในสมรภูมิเดียวกับยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร |
แหล่งข้อมูล
ขอขอบคุณ
