"2 หรือ 3" กินข้าววันละกี่มื้อดีที่สุด? พร้อมเตือนกลุ่มที่ไม่ควรทำ IF ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว!

"2 หรือ 3" กินข้าววันละกี่มื้อดีที่สุด? พร้อมเตือนกลุ่มที่ไม่ควรทำ IF ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว!

"2 หรือ 3" กินข้าววันละกี่มื้อดีที่สุด? พร้อมเตือนกลุ่มที่ไม่ควรทำ IF ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทานอาหารวันละ 2 มื้อ หรือ 3 มื้อ แบบไหนส่งผลดีต่อสุขภาพและระบบเผาผลาญมากกว่ากัน

หลายคนเชื่อว่าการทานอาหารวันละ 3 มื้อเป็นหลักการพื้นฐานที่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ในขณะที่อีกกลุ่มมองว่าทานเพียงวันละ 2 มื้อก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย คำถามคือพฤติกรรมการทานรูปแบบใดที่ส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่ากัน

ยึดหลักความสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระบุว่า แทนที่จะกำหนดเวลาการรับประทานอาหารที่ตายตัวสำหรับทุกคน (เช่น การงดทานอาหารหลัง 19.00 น.) สิ่งสำคัญกว่าคือการปรับเวลาอาหารให้เหมาะสมกับตารางชีวิตของตนเองและรักษารูปแบบนั้นไว้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ไม่ควรทานอาหารเช้าตรู่หรือดึกจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารมื้อใหญ่ในตอนเย็นเพราะส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร

นอกจากนี้ ไม่ควรรอให้ร่างกายรู้สึกหิวจัดแล้วจึงเริ่มรับประทาน เนื่องจากเมื่อหิวมักมีแนวโน้มที่จะรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็น เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง ส่งผลให้ร่างกายต้องการพลังงานทดแทนอย่างรวดเร็ว

เหตุผลที่ไม่ควรรับประทานอาหารทันทีหลังตื่นนอน

นักโภชนาการแนะนำว่า ไม่ควรรอบรับประทานอาหารทันทีหลังจากตื่นนอน เนื่องจากในช่วงเวลานี้ ร่างกายยังมีระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) อยู่สูง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับและมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของอินซูลิน การรับประทานอาหารขณะที่ระดับเมลาโทนินยังสูงอยู่ จะทำให้ร่างกายจัดการกับกลูโคสได้ยากขึ้น และนำไปสู่การสะสมน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น

ผู้ที่เหมาะกับพฤติกรรมการทานอาหารวันละ 2 มื้อ

การทานอาหารวันละ 2 มื้อ โดยเฉพาะรูปแบบที่ควบคู่ไปกับการทำ IF (Intermittent Fasting) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนัก ซึ่งสามารถช่วยปรับปรุงตัวชี้วัดทางสุขภาพ เช่น ระดับไขมันในเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดได้ อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารและเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

งานวิจัยระบุว่าการรับประทานอาหารมื้อใหญ่จำนวนน้อยมื้อในหนึ่งวัน ช่วยควบคุมความหิวและลดการได้รับแคลอรีรวมได้ดีกว่า ในทางกลับกัน การแบ่งทานมื้อย่อยหลายๆ มื้ออาจนำไปสู่การรับประทานอาหารมากเกินไปโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญที่ชัดเจน

อย่างไรก็ดี งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าการทำ IF อาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือโรคมะเร็ง ดังนั้น ผู้ป่วยในกลุ่มโรคดังกล่าวจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ไม่ควรปรับมาทาน 1-2 มื้อด้วยตนเอง

ผลกระทบหากทานวันละ 2 มื้ออย่างไม่ถูกวิธี

หากปฏิบัติไม่ถูกต้อง การทานอาหารวันละ 2 มื้ออาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ การขาดสารอาหาร และความอ่อนเพลีย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวางแผนมื้ออาหารให้ได้รับพลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วน

สำหรับบางคน รูปแบบนี้อาจทำให้ระดับพลังงานลดลงในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ๆ ส่งผลกระทบต่อสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะการงดมื้อเช้า อาจทำให้สมองและกล้ามเนื้อขาดกลูโคส ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้า ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลดลง

เนื่องจากเว้นช่วงเวลาระหว่างมื้อนานขึ้น อาหารในแต่ละมื้อจึงต้องประกอบด้วยสารอาหารที่สมบูรณ์ ทั้งโปรตีน ไขมันดี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ผัก วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อรักษาการส่งพลังงานให้คงที่และป้องกันการขาดสารอาหาร

การทานอาหารวันละ 3 มื้อกับการควบคุมน้ำหนักและสุขภาพ

การรับประทานอาหารวันละ 3 มื้ออย่างเป็นระบบ มีส่วนช่วยในการควบคุมความหิว รักษาระดับพลังงานให้คงที่ และช่วยให้การบริหารจัดการแคลอรีทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักในระยะยาว

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน การทานอาหาร 3 มื้อหลัก ร่วมกับมื้อย่อย 1-2 มื้อตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนรุนแรง และช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity)

นักโภชนาการส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า การรักษาพฤติกรรมการทานอาหารวันละ 3 มื้อตรงเวลา และได้รับสารอาหารหลากหลาย เป็นแนวทางที่ช่วยรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้อย่างเหมาะสม รวมถึงลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะระบบเผาผลาญผิดปกติ (Metabolic Disorders)

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล