กินแซ่บต้องระวัง! เปิด 8 เมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" ไม่ใช่แค่ส้มตำที่ต้องกลัว

กินแซ่บต้องระวัง! เปิด 8 เมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" ไม่ใช่แค่ส้มตำที่ต้องกลัว

กินแซ่บต้องระวัง! เปิด 8 เมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" ไม่ใช่แค่ส้มตำที่ต้องกลัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ใช่แค่ส้มตำ! เช็ก 8 เมนูเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ หากมีปลาน้ำจืดดิบ-ปลาร้าไม่สุก

จากประเด็นที่ทำให้หลายคนหันมาระวัง “จานส้มตำ” มากขึ้น หลังมีรายงานพบผลคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนิสิตนักศึกษาใหม่ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามจำนวนมาก โดยเฉพาะนิสิตใหม่มหาวิทยาลัยมหาสารคามที่พบผลเป็นบวกกว่า 4,000 ราย ทำให้หลายฝ่ายจับตาเรื่องพฤติกรรมการกินอาหารดิบหรือกึ่งสุก โดยเฉพาะเมนูที่เกี่ยวข้องกับปลาร้าและปลาน้ำจืด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังต้องแยกให้ชัดว่า “ส้มตำ” ไม่ใช่ตัวการเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่ส้มตำทุกจานที่เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่วัตถุดิบและวิธีปรุง โดยเฉพาะการใช้ปลาร้าดิบ ปลาน้ำจืดดิบ หรืออาหารที่ปรุงแบบสุก ๆ ดิบ ๆ

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ผลคัดกรองจำนวนมากดังกล่าวเป็นการตรวจด้วยวิธีจากปัสสาวะ ซึ่งมีความไวสูง และยังต้องตรวจอุจจาระเพื่อยืนยันการติดเชื้อจริงอีกครั้ง ดังนั้น ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรใช้โอกาสนี้ทบทวนพฤติกรรมการกิน โดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืดดิบที่หลายคนคุ้นเคย

พยาธิใบไม้ตับติดจากอะไร?

พยาธิใบไม้ตับที่พบในไทยเกี่ยวข้องกับเชื้อ Opisthorchis viverrini ซึ่งติดต่อสู่คนได้จากการกินปลาน้ำจืดที่มีตัวอ่อนพยาธิ โดยเฉพาะปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่นำมาปรุงแบบดิบ กึ่งสุก หมัก ดอง หรือผ่านความร้อนไม่เพียงพอ

เมื่อคนกินปลาที่มีตัวอ่อนพยาธิเข้าไป ตัวอ่อนจะเข้าสู่ร่างกายและไปเจริญเติบโตในระบบท่อน้ำดีของตับ หากติดเชื้อซ้ำหรือปล่อยไว้นาน อาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาวได้

สิ่งสำคัญคือ พยาธิใบไม้ตับไม่ได้ถูกฆ่าด้วยรสเปรี้ยวจากมะนาว ความเค็มจากเกลือหรือน้ำปลา รวมถึงการหมักดองแบบไม่ผ่านความร้อนที่เพียงพอ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือการปรุงให้สุกด้วยความร้อนจริง ๆ

นอกจากส้มตำ เมนูไหนเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับอีกบ้าง?

หากพูดให้เข้าใจง่าย เมนูที่ควรระวังไม่ใช่แค่อาหารรสแซ่บหรืออาหารอีสานทุกชนิด แต่คือเมนูที่มี “ปลาน้ำจืดดิบ กึ่งสุก หรือปลาร้าที่ไม่ผ่านความร้อน” เป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะเมนูต่อไปนี้

เมนูที่ควรระวัง เหตุผลที่เสี่ยง
ก้อยปลา มักใช้ปลาน้ำจืดดิบสับหรือคลุกกับเครื่องปรุง แม้มีมะนาวหรือเครื่องเทศก็ไม่สามารถทำให้พยาธิตายได้
ลาบปลาดิบ / พล่าปลาดิบ เสี่ยงหากใช้ปลาน้ำจืดดิบหรือสุกไม่ทั่ว ตัวอ่อนพยาธิอาจยังอยู่ในเนื้อปลา
ปลาส้ม เป็นปลาหมักรสเปรี้ยว หากกินแบบไม่ทอดหรือไม่ทำให้สุกทั่วถึง ยังอาจมีความเสี่ยงจากตัวอ่อนพยาธิ
ปลาจ่อม / ปลาร้าดิบ เมนูหมักดองจากปลาน้ำจืด หากกระบวนการหมักไม่เพียงพอ หรือไม่ได้ผ่านความร้อนก่อนกิน อาจยังไม่ปลอดภัย
แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้าที่ใช้ปลาร้าดิบ เสี่ยงหากใช้ปลาร้าที่ไม่ผ่านการต้มสุก หรือใส่ปลาร้าหลังปิดไฟโดยไม่เดือด
หมกปลา / ปลาปิ้ง / ปลาย่างที่สุกไม่ทั่ว แม้ดูเหมือนผ่านไฟแล้ว แต่ถ้าเนื้อปลาด้านในยังดิบหรือกึ่งสุก ก็ยังอาจเสี่ยงได้
หม่ำปลา หรือเมนูหมักจากปลาน้ำจืด หากทำจากปลาน้ำจืดดิบและกินโดยไม่ปรุงสุก ความเสี่ยงยังคงอยู่
แกง น้ำพริก หรือเมนูที่เติมปลาร้าดิบตอนท้าย หลายคนเข้าใจว่าอยู่ในอาหารร้อนแล้วปลอดภัย แต่ถ้าใส่ปลาร้าดิบหลังปิดไฟหรือไม่เดือดนานพอ อาจไม่ถือว่าสุกจริง

แล้วส้มตำเสี่ยงตรงไหน?

ส้มตำทั่วไปที่ใช้วัตถุดิบสะอาดและไม่มีปลาร้าดิบ ไม่ได้เป็นแหล่งหลักของพยาธิใบไม้ตับโดยตรง จุดที่ควรระวังคือส้มตำปูปลาร้า หรือส้มตำที่ใช้น้ำปลาร้าไม่ผ่านการต้มสุก โดยเฉพาะหากปลาร้าทำจากปลาน้ำจืดและกระบวนการผลิตไม่ปลอดภัย

ในทางปฏิบัติ การเลือกกินส้มตำให้ปลอดภัยขึ้น ควรถามร้านว่าใช้น้ำปลาร้าต้มสุกหรือไม่ เลือกร้านที่สะอาด แยกอุปกรณ์ระหว่างของดิบกับของสุก และหลีกเลี่ยงการใส่วัตถุดิบดิบที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา

เมนูดิบอื่น ๆ เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับไหม?

หลายคนอาจนึกถึงเมนูอย่างกุ้งเต้น หอยดิบ หรืออาหารทะเลสด ซึ่งเมนูเหล่านี้อาจเสี่ยงเชื้อโรคหรือพยาธิชนิดอื่นได้ แต่สำหรับ “พยาธิใบไม้ตับ” แหล่งเสี่ยงหลักที่ควรจับตาคือปลาน้ำจืดดิบหรือกึ่งสุก ไม่ใช่อาหารดิบทุกชนิดแบบเหมารวม

ดังนั้น การสื่อสารเรื่องนี้ควรระวังไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าอาหารอีสานทุกเมนูอันตราย หรือส้มตำทุกจานต้องเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ วิธีปรุง และความสุกของอาหารเป็นหลัก

กินอย่างไรให้ปลอดภัยกว่าเดิม?

วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุดคือหลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ หากจะกินเมนูปลา ควรปรุงให้สุกทั่วถึงด้วยความร้อน ไม่ใช่แค่บีบมะนาว ใส่มดแดง เติมเกลือ หรือหมักดองแล้วคิดว่าปลอดภัย

สำหรับเมนูที่ใช้ปลาร้า ควรเลือกปลาร้าหรือน้ำปลาร้าที่ผ่านการต้มสุก และควรให้เดือดจริงก่อนนำไปใช้ประกอบอาหาร หากซื้ออาหารจากร้าน ควรเลือกร้านที่มีสุขลักษณะดี ใช้วัตถุดิบสะอาด และแยกภาชนะสำหรับของดิบกับของสุก

ผู้ที่เคยกินปลาน้ำจืดดิบเป็นประจำ หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเองซ้ำ ๆ เพราะควรได้รับการวินิจฉัยและใช้ยาอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

อาการแบบไหนควรระวัง?

ผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนมากอาจไม่มีอาการในช่วงแรก หรือมีอาการไม่จำเพาะ เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร แน่นชายโครงขวา น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ

หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องด้านขวาบนมากผิดปกติ มีไข้เรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเคยมีประวัติกินปลาน้ำจืดดิบเป็นประจำ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เพราะการติดเชื้อเรื้อรังอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว

สรุป

ประเด็นพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนักศึกษาใหม่ที่มหาสารคาม ไม่ควรถูกสรุปง่าย ๆ ว่าเกิดจากส้มตำเพียงอย่างเดียว เพราะยังต้องรอการตรวจยืนยันและตรวจสอบต้นตอที่ชัดเจน แต่เรื่องนี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้คนไทยกลับมาระวังเมนูปลาน้ำจืดดิบหรือกึ่งสุกมากขึ้น

เมนูที่ควรระวังไม่ได้มีแค่ส้มตำปูปลาร้า แต่รวมถึงก้อยปลา ลาบปลาดิบ พล่าปลาดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม ปลาร้าดิบ แจ่วบองปลาร้าดิบ และเมนูปลาที่สุกไม่ทั่ว หากอยากกินให้ปลอดภัยขึ้น คำตอบไม่ซับซ้อน คือเลือกวัตถุดิบสะอาด ปรุงให้สุกด้วยความร้อน และเลี่ยงปลาน้ำจืดดิบให้ได้มากที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล