ทำทันทีหลังซักเสร็จ! ทริกเด็ดเสก 'ผ้าขนหนู' ให้นุ่มฟูเหมือนใหม่ ด้วยวิธีฟรีง่ายๆ ที่หลายคนข้ามไป

ทำทันทีหลังซักเสร็จ! ทริกเด็ดเสก 'ผ้าขนหนู' ให้นุ่มฟูเหมือนใหม่ ด้วยวิธีฟรีง่ายๆ ที่หลายคนข้ามไป

ทำทันทีหลังซักเสร็จ! ทริกเด็ดเสก 'ผ้าขนหนู' ให้นุ่มฟูเหมือนใหม่ ด้วยวิธีฟรีง่ายๆ ที่หลายคนข้ามไป
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีซักและตากผ้าขนหนูให้นุ่มฟูยาวนาน บอกลาแบคทีเรียและกลิ่นอับ

เคล็ดลับงานบ้าน: อยากให้ผ้าขนหนูนุ่มฟูเหมือนใหม่? เผยทริกง่ายๆ หลังซักเสร็จทันทีที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้

เคยสงสัยไหมว่าทำไมผ้าขนหนูหรือผ้าเช็ดตัวที่ซื้อมาใหม่ๆ ถึงได้นุ่มฟูชวนสัมผัส แต่พอผ่านการซักไปไม่กี่ครั้งกลับกลายสภาพเป็นผ้าแห้งๆ แข็งกระด้างและสากผิว หลายคนคิดว่าเป็นเพราะอายุการใช้งาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่ขั้นตอนการซักและการตากที่คุณอาจทำผิดวิธีมาตลอด เพียงแค่เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ และเพิ่มทริกง่ายๆ หลังซักเสร็จทันที ผ้าขนหนูของคุณก็จะกลับมานุ่มฟู น่าใช้ และมีกลิ่นหอมสะอาดไปอีกนาน

ศาสตร์แห่งการตาก: สะบัดก่อนตาก เคล็ดลับผ้าฟูนุ่ม

กระบวนการทำให้ผ้าแห้งมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการซัก หากต้องการให้ผ้าขนหนูนุ่มเด้ง ควรปฏิเศษพฤติกรรมเดิมๆ แล้วทำตามคำแนะนำดังนี้:

  • สะบัดผ้าแรงๆ ทันที: ทันทีที่เครื่องซักผ้าปั่นแห้งเสร็จและนำผ้าออกมา ให้ทำการ "สะบัดผ้าขนหนูแต่ละผืนอย่างแรง"ก่อนนำไปตาก การสะบัดจะช่วยให้เส้นใยผ้าที่ลีบแบนจากการปั่นหดตัวลอยตั้งฟูขึ้นมา ทำให้เนื้อผ้านุ่มนวลขึ้น

  • ใช้เครื่องอบผ้า (ถ้ามี): การตากผ้าด้วยเครื่องอบผ้าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะแรงลมร้อนที่หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาจะช่วยคลายเส้นใยผ้าให้ฟูหนาได้อย่างยอดเยี่ยม

  • ตากลมในที่ร่ม หลีกเลี่ยงแดดจัด: หากต้องตากผ้าแบบดั้งเดิม ควรขึงผ้าให้กางออกเต็มผืนในบริเวณที่มีลมโกรกและอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดโดยตรง เพราะความร้อนจัดจากแสงแดดจะทำให้เส้นใยผ้าแข็งกระด้างและทำให้สีผ้าซีดจางลงได้อย่างรวดเร็ว

  • ห้ามรีดผ้าขนหนูเด็ดขาด: ความร้อนสูงจากเตารีดจะเข้าไปทำลายโครงสร้างของเส้นใยผ้า ทำให้ผ้าสูญเสียคุณสมบัติในการซับน้ำไปอย่างถาวร

สั่งเบรก! ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม แล้วเปลี่ยนมาใช้ 2 สิ่งนี้แทน

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป เพราะไขมันจากน้ำยาจะเข้าไปเคลือบเส้นใยผ้า ทำให้ผ้ากระด้างและซับน้ำได้แย่ลง ลองเปลี่ยนมาใช้ของถูกในบ้านแทน:

  • น้ำส้มสายชู: ช่วยล้างคราบผงซักฟอกตกค้างและสลายกลิ่นอับได้อย่างชำนาญ เพียงเทน้ำส้มสายชูครึ่งแก้วลงในช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม

  • เบกกิ้งโซดา: มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ดับกลิ่นเหม็นอับชื้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เส้นใยผ้าซับน้ำได้ดีขึ้น โดยให้โรยเบกกิ้งโซดาสองสามช้อนโต๊ะลงในถังซักผ้าโดยตรงก่อนเริ่มเปิดเครื่อง

ผู้เชี่ยวชาญเตือน! คนส่วนใหญ่ซักผ้าเช็ดตัว "บ่อยไม่พอ" เสี่ยงเชื้อโรคสะสม

ความถี่ในการซักผ้าขนหนูควรแยกตามประเภทการใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของผื่นคัน สิว และการติดเชื้อทางผิวหนัง:

  • ผ้าเช็ดตัว / ผ้าขนหนูผืนใหญ่: ควรนำไปซักหลังจากใช้งานไปแล้ว 3-4 ครั้ง (โดยมีเงื่อนไขว่าหลังใช้งานเสร็จต้องผึ่งแดดหรือตากลมจนแห้งสนิททุกครั้ง)

  • ผ้าเช็ดมือ: เนื่องจากเป็นจุดที่มีคนใช้งานร่วมกันจำนวนมาก จึงควรเปลี่ยนมาซัก ทุกๆ 2 วัน

  • ผ้าเช็ดหน้า: ควรเปลี่ยนผืนใหม่และซัก ทุกวันหรือวันเว้นวัน เพื่อปกป้องผิวหน้าที่บอบบางจากสิ่งสกปรก

  • ผ้าขนหนูสำหรับเล่นฟิตเนส / สระว่ายน้ำ / ซาวน่า: จำเป็นต้องซัก ทุกครั้งหลังใช้งานทันที ไม่ควรทิ้งหมักหมมไว้ในกระเป๋า

เพียงแค่สละเวลาสะบัดผ้าสักนิดก่อนตาก และปรับเปลี่ยนส่วนผสมในการซักตามทริกนี้ ผ้าขนหนูผืนโปรดของคุณก็จะกลับมานุ่มเด้ง อ่อนโยนต่อผิว และสะอาดปลอดภัยเหมือนเพิ่งแกะกล่องในทุกๆ วัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล