
รู้ไหม? ไทยมีปลาเนื้อนุ่ม "ขุมทรัพย์" แห่งสารอาหาร กูรูอเมริกันอวยยศ โปรตีนสูงกว่าแซลมอน!
เปิดสรรพคุณ "ปลาตาเดียว" ขุมทรัพย์สารอาหารที่ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯ ยกย่อง ประโยชน์ดีไม่แพ้ปลาแซลมอน!
รู้หรือไม่คะว่าในระบบนิเวศทางทะเล มีปลาชนิดหนึ่งที่เปรียบเสมือน "ขุมทรัพย์แห่งสารอาหาร" ซึ่งได้รับการยกย่องและชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวอเมริกากันอย่างล้นหลาม ว่ามีคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายไม่แพ้ปลาแซลมอน แถมยังมีรสชาติอร่อย ก้างน้อย และเนื้อนุ่มทานง่ายอีกด้วย
ปลาที่ว่านี้ก็คือ "ปลาตาเดียว" (Flounder) ซึ่งเป็นปลาน้ำเค็มในกลุ่มปลาซีกเดียว (Flatfish) ที่มีลักษณะลำตัวแบน รีคล้ายรูปไข่ เนื้อของปลาตาเดียวได้รับการยอมรับว่ามีความนุ่มนวล รสชาติหวานละมุนตามธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นคาว และมีก้างน้อยมาก จึงสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนึ่งซีอิ๊ว การทอดกระเทียม การต้มยำ หรือการแล่เนื้อทำสเต๊ก
มิเชล รูเทนสไตน์ (Michelle Routhenstein) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวอเมริกัน ได้แนะนำให้ทุกคนหันมารับประทานปลาตาเดียวเป็นประจำ เนื่องจากเป็นปลาที่อุดมไปด้วย "ซีลีเนียม" (Selenium) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดการอักเสบภายในร่างกาย นอกจากนี้เธอยังยกย่องว่าปลาตาเดียวเป็นแหล่งวิตามิน B6 ชั้นยอด ที่ช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท และตับให้แข็งแรงอีกด้วย
ส่องคุณประโยชน์รอบด้านจาก "ปลาตาเดียว" สู่สุขภาพที่ดีขึ้น
1. อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
การรับประทานปลาตาเดียวปรุงสุกในปริมาณครึ่งซีก (ประมาณ 160 กรัม) สามารถให้สารอาหารซีลีเนียมสูงถึง 106% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ซึ่งนอกจากจะดีต่อหัวใจแล้ว ซีลีเนียมยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลายและส่งเสริมการทำงานของต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้ ปลาตาเดียวยังมีแร่ธาตุอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น:
- ไนอะซิน (วิตามิน B3): ช่วยบำรุงระบบหัวใจและปกป้องผิวพรรณ
- ฟอสฟอรัส: ช่วยเสริมสร้างกระดูกและควบคุมระบบเผาผลาญ
- แมกนีเซียม: มีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงและส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท
- วิตามิน B6: ช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานของสมอง
2. แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง (สูงกว่าปลาแซลมอน!)
ในปลาตาเดียวปรุงสุกปริมาณ 160 กรัม ให้โปรตีนคุณภาพสูงมากถึง 42 กรัม ซึ่งนับว่าสูงกว่าปลาเนื้อยอดนิยมหลายชนิด เช่น ปลาแซลมอน โดยโปรตีนเหล่านี้ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญ ซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ พร้อมทั้งให้พลังงานและสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง
3. บำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด
กรดไขมันจำเป็นในปลาตาเดียว เช่น โอเมก้า-3, ไนอะซิน, ซีลีเนียม และแมกนีเซียม ล้วนเป็นสารอาหารที่ส่งผลดีต่อหัวใจ โดยในเนื้อปลาปริมาณครึ่งซีกมีกรดไขมันโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 อยู่ถึง 1.04 กรัม ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ป้องกันการเกิดคราบไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือด และช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้คงที่
มีผลงานวิจัยเชิงวิเคราะห์ในปี 2004 ที่ทำการติดตามกลุ่มตัวอย่างกว่า 222,000 คน เป็นเวลานานกว่า 11 ปี พบว่าผู้ที่รับประทานปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่าผู้ที่ไม่กินปลาเลยหรือกินน้อยกว่าเดือนละครั้งอย่างเห็นได้ชัด
4. มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบในร่างกาย
การอักเสบเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของโรคร้ายแรงหลายชนิด จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านการพัฒนาและวิจัยยา (International Journal of Drug Development and Research) ระบุว่า การรับประทานปลาตาเดียวเป็นประจำสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ตัวเอง (Autoimmune), โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคสะเก็ดเงินได้ เนื่องจากโอเมก้า-3, ซีลีเนียม และไนอะซิน จะทำงานร่วมกันเพื่อลดสารก่อการอักเสบและลดความเครียดที่เกิดจากอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress) ในร่างกาย
5. ลดความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome)
วิตามิน B12, โปรตีน และซีลีเนียมที่มีอยู่มากในปลาตาเดียว มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดกลุ่มอาการอ้วนลงพุง ช่วยปรับปรุงระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยควบคุมความดันโลหิต และปรับสมดุลระดับไขมันในเลือดให้เหมาะสม
6. เสริมสร้างและบำรุงระบบสมอง
กรดไขมันโอเมก้า-3 โดยเฉพาะสาร DHA ในปลาตาเดียว มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบพฤติกรรมและการรับรู้ (ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานและความจำ) ช่วยบำรุงสมอง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตได้ นอกจากนี้ การทานปลาตาเดียวยังมีส่วนช่วยบำรุงตับ ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร ช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี และป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันอีกด้วย
ปลาตาเดียวถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกอาหารเพื่อสุขภาพชั้นยอดที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ ด้วยเนื้อสัมผัสที่ทานง่าย ก้างน้อย รสชาติอร่อย และอุดมไปด้วยสารอาหารระดับซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ทั้งโปรตีน โอเมก้า-3 และซีลีเนียมที่สูงลิ่ว การหันมารับประทานปลาตาเดียวสลับหมุนเวียนในมื้ออาหาร จึงเป็นทริคการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และร่างกายในองค์รวมได้อย่างยอดเยี่ยมและคุ้มค่าแน่นอน
- วิจัยฮาร์วาร์ดชี้เป้า 1 ปลาที่กินดี "มะเร็งกลัว" หาซื้อง่าย-ราคาถูก แถมช่วยบำรุงกระดูก
- ทอดปลาอย่าใช้แค่น้ำมัน! ลองโยน "สิ่งนี้" ลงกระทะ หนังไม่หลุด-เนื้อไม่คาว-กรอบข้ามชั่วโมง

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ
อัลบั้มภาพ 3 ภาพ ของ รู้ไหม? ไทยมีปลาเนื้อนุ่ม "ขุมทรัพย์" แห่งสารอาหาร กูรูอเมริกันอวยยศ โปรตีนสูงกว่าแซลมอน!
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :SOHA


