คนไลก์เป็นแสน!! เผย 3 สัญญาณเตือน "บริษัทใกล้เจ๊ง" ให้สังเกต 2 ตำแหน่งนี้ลาออก

คนไลก์เป็นแสน!! เผย 3 สัญญาณเตือน "บริษัทใกล้เจ๊ง" ให้สังเกต 2 ตำแหน่งนี้ลาออก

คนไลก์เป็นแสน!! เผย 3 สัญญาณเตือน "บริษัทใกล้เจ๊ง" ให้สังเกต 2 ตำแหน่งนี้ลาออก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กด่วนก่อนตกงาน! เผย 3 จุดสังเกตภัยเงียบออฟฟิศถังแตก ขนมฟรีหาย-เบิกเงินยาก ส่อแววต้องรีบหางาน

สัญญาณที่บอกว่าบริษัทกำลังดิ่งลงเหวและอาจต้องปิดตัวลงในไม่ช้า มักจะมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเสมอ ล่าสุด มีผู้ใช้งานรายหนึ่งได้เปิดประเด็นพูดคุยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับ "วิธีสังเกตว่าบริษัทที่ทำอยู่กำลังจะเจ๊ง" ซึ่งกลายเป็นกระแสไวรัลที่โดนใจคนทำงานอย่างมาก และดึงดูดผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วมและกดเห็นด้วยมากกว่า 410,000 คน โดยเสียงส่วนใหญ่ยอมรับว่า สัญญาณอันตรายที่น่ากลัวที่สุดคือการพากันลาออกของพนักงานในกลุ่ม "ฝ่ายบุคคล" และ "ฝ่ายบัญชีและการเงิน" ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักขององค์กร

เจ้าของโพสต์บน Threads เล่าว่า เขาเริ่มเอะใจว่าบริษัทมีบางอย่างผิดปกติเมื่อพนักงานใหม่ที่รับเข้ามาส่วนใหญ่กลายเป็นแรงงานต่างด้าวที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาเดียวกันได้ ซึ่งนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาต้องรีบอัปเดตเรซูเม่เพื่อหางานใหม่ทันที พร้อมกับตั้งคำถามชวนคิดว่า “คนอื่น ๆ มีวิธีจับสังเกตอย่างไรว่าบริษัทที่ตัวเองทำอยู่กำลังจะไปไม่รอด?”

เปิด 3 สัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่คนทำงานต้องรู้

จากการรวบรวมประสบการณ์ตรงของชาวเน็ต พบว่าสัญญาณเตือนว่าบริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะล้มละลายหรือปิดตัว สามารถสรุปออกเป็น 3 แกนหลัก ๆ ดังนี้:

1. อัตราการลาออกของพนักงานสูงผิดปกติ (โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ)

พนักงานตบเท้าลาออกพร้อมกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานระดับซีเนียร์ (Senior) หรือผู้ที่อยู่มานาน นอกจากนี้ หากพบว่า "ฝ่ายบุคคล (HR)" และ "ฝ่ายการเงิน/บัญชี" พากันลาออกยกแผง นั่นคือสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด เพราะ HR คือกลุ่มคนที่รู้โครงสร้างภายในและแผนการลดคนดีที่สุด ส่วนฝ่ายการเงินคือผู้ที่เห็นตัวเลขบัญชีและกระแสเงินสดที่แท้จริงของบริษัท หากคนกลุ่มนี้หนี แปลว่าสถานการณ์ภายในอาจเกินเยียวยา

2. ระบบการบริหารภายในล้มเหลวและไร้ระเบียบ

โครงสร้างการจัดการเริ่มสั่นคลอน เช่น บริษัทกดเงินเดือนสตาร์ตของเด็กจบใหม่จนต่ำกว่ามาตรฐานตลาด ทำให้ไม่สามารถรีครูตพนักงานใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาได้ หรือเกิดระบบอุปถัมภ์ขั้นรุนแรงเมื่อ "คนโปรดของบอส" ทำความผิดพลาดร้ายแรงสร้างความเสียหายให้องค์กร แต่กลับไม่ได้รับบทลงโทษใด ๆ จนทำให้พนักงานหมดศรัทธา

3. นโยบายรัดเข็มขัดและตัดงบประมาณอย่างรุนแรง

ระบบการขออนุมัติเคลมเงินหรือเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีขั้นตอนที่จุกจิกและเข้มงวดขึ้นอย่างผิดหูผิดตา มีการจ่ายเงินซัพพลายเออร์ล่าช้า หรือแม้กระทั่งเริ่มมีสัญญาณการเลื่อนจ่ายเงินเดือนพนักงาน

สังเกตจากสิ่งรอบตัว: สวัสดิการหดหาย เงินฝืดเคือง

นอกจากเรื่องของโครงสร้างและการโยกย้ายตำแหน่งงานแล้ว "รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ" ในออฟฟิศก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่น ขนม นม เนย หรือกาแฟฟรีในห้องครัวของบริษัทที่เคยมีให้กินอิ่มหนำสำราญจู่ ๆ ก็หายวับไป หรือแม้กระทั่งของใช้จำเป็นในสำนักงานอย่างกระดาษทิชชู ปากกา ลวดเย็บกระดาษ พนักงานกลับต้องควักเงินตัวเองซื้อเข้ามาใช้งาน สิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนที่เปลือยให้เห็นว่าบริษัทกำลังประสบภาวะ "เงินตึงมือ" และขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

การรู้เท่าทันสถานการณ์ขององค์กรไม่ได้เป็นการมองโลกในแง่ร้าย แต่คือการเตรียมความพร้อมเพื่อความมั่นคงในอาชีพของตนเอง หากบริษัทที่คุณทำอยู่เริ่มมีสัญญาณอันตรายเหล่านี้โผล่มาพร้อมกันมากกว่า 2 ข้อ การเริ่มมองหาลู่ทางใหม่ล่วงหน้าอาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

ที่มาข้อมูล: กระทู้สรุปเทรนด์พฤติกรรมองค์กรและเสียงสะท้อนคนทำงานจากแพลตฟอร์ม Threads

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล