ไขข้อสงสัย “กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” ดีต่อสุขภาพจริง หรือแค่กระแส? : เช็กข่าวชัวร์
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1977/9887198/fc_thumbnail1200x720(49).jpgไขข้อสงสัย “กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” ดีต่อสุขภาพจริง หรือแค่กระแส? : เช็กข่าวชัวร์

ไขข้อสงสัย “กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” ดีต่อสุขภาพจริง หรือแค่กระแส? : เช็กข่าวชัวร์

แชร์เรื่องนี้

กินตามกรุ๊ปเลือด ดีจริงไหม หรือแค่ความเชื่อ เปิดหลักฐานตามหลักวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน ก่อนทำตามกันผิดๆ

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการ “กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” โดยอ้างว่าคนแต่ละกรุ๊ปเลือดควรหลีกเลี่ยงหรือเน้นกินอาหารบางชนิด เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น เช่น ลดน้ำหนัก ย่อยง่าย หรือป้องกันโรคได้ ทำให้หลายคนเกิดความสนใจและปรับพฤติกรรมการกินตามคำแนะนำดังกล่าว ทั้งที่อาหารหลายอย่างก็ดูเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพคนทั่วไป

 

อย่างไรก็ตาม กระแสนี้ถูกตั้งคำถามว่าเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์หรือเป็นเพียงความเชื่อ Sanook News ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อยืนยันว่าข้อมูลนี้เข้าข่ายข่าวปลอม (Fake News) หรือไม่

คำถาม

การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด เช่น กรุ๊ปเลือด A, B, AB, O ต้องหลีกเลี่ยงหรือควรกินอาหารบางชนิด จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่?

การตรวจสอบ

แนวคิดเรื่องการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดได้รับความนิยมจากหนังสือด้านโภชนาการที่เผยแพร่ในต่างประเทศ แต่เมื่อพิจารณาในเชิงวิทยาศาสตร์ งานวิจัยจำนวนมากยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่ากรุ๊ปเลือดมีผลโดยตรงต่อการย่อยอาหารหรือการตอบสนองต่ออาหารแต่ละประเภท

องค์กรด้านสุขภาพและโภชนาการหลายแห่งระบุว่า ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพมากกว่า ได้แก่ ปริมาณพลังงานที่ได้รับ ความสมดุลของสารอาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิต และพันธุกรรม มากกว่าการยึดกรุ๊ปเลือดเป็นเกณฑ์หลักในการเลือกอาหาร

การจำกัดอาหารบางชนิดเพียงเพราะกรุ๊ปเลือด โดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์รองรับ อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น โปรตีน วิตามิน หรือแร่ธาตุบางชนิด โดยเฉพาะหากตัดอาหารกลุ่มหลักออกไปโดยไม่วางแผนโภชนาการอย่างเหมาะสม

ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานสาธารณสุขหรือองค์กรทางการแพทย์ใดออกคำแนะนำให้ประชาชนทั่วไปเลือกกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดเป็นมาตรฐานในการดูแลสุขภาพ

ข้อเท็จจริง

ข้อมูลเรื่อง “กินอาหารตามกรุ๊ปเลือดแล้วดีต่อสุขภาพ” ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจน และไม่ใช่แนวทางที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานด้านสุขภาพ