นักกีฬาอีสปอร์ต เจ็บตาเหมือน "ถูกแทง" อึ้ง พบ "หินในตา" นับ 1,000 หมอชี้เหตุ สะเทือนทั้งวงการ!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1977/9886414/1newnewnewnewnewnewnew-thumbn.jpgนักกีฬาอีสปอร์ต เจ็บตาเหมือน "ถูกแทง" อึ้ง พบ "หินในตา" นับ 1,000 หมอชี้เหตุ สะเทือนทั้งวงการ!

นักกีฬาอีสปอร์ต เจ็บตาเหมือน "ถูกแทง" อึ้ง พบ "หินในตา" นับ 1,000 หมอชี้เหตุ สะเทือนทั้งวงการ!

แชร์เรื่องนี้

ช็อกวงการอีสปอร์ต นักกีฬาเอเชียนเกมส์เจอ "นิ่ว" ในตาเกือบพันก้อน แพทย์เตือนเล่นมือถือหนักเสี่ยงตาพัง

แม้กีฬาอีสปอร์ตจะได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และถูกบรรจุเป็นชนิดกีฬาชิงเหรียญในมหกรรมเอเชียนเกมส์แล้ว แต่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬา กลับมาพร้อมความเสี่ยงด้านสุขภาพที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

ล่าสุดมีรายงานกรณีทางการแพทย์ที่สร้างความตกใจ เมื่อมีนักกีฬาอีสปอร์ตระดับเอเชียนเกมส์รายหนึ่ง ตรวจพบ ก้อนนิ่วในเยื่อบุตาเกือบ 1,000 ก้อน หลังฝึกซ้อมอย่างหนักและใช้งานโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน จนส่งผลกระทบต่อการมองเห็นอย่างรุนแรง

ตาแดง ปวดเหมือนถูกมีดแทง ก่อนพบก้อนนิ่วจำนวนมาก

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า นักกีฬารายดังกล่าวเข้าพบแพทย์ด้วยอาการตาแดง บวม น้ำตาไหล และปวดตารุนแรง โดยเจ้าตัวบอกว่าเจ็บเหมือนถูกมีดแทง อีกทั้งการมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว จนเสี่ยงกระทบต่อการลงแข่งขัน

ศาสตราจารย์หง จีติง ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา ซึ่งเป็นผู้รักษา เปิดเผยว่า ระหว่างการตรวจพบก้อนแข็งสะสมในเยื่อบุตาจำนวนมากผิดปกติ โดยมีประมาณ 600 ก้อนในตาขวา และ 400 ก้อนในตาซ้าย รวมเกือบ 1,000 ก้อน ถือเป็นเคสที่พบได้น้อยมาก

นิ่วในตาเกิดจากอะไร ทำไมเล่นมือถือถึงเสี่ยง

แพทย์อธิบายว่า ภาวะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ ตาแห้งและเยื่อบุตาอักเสบเรื้อรัง เมื่อเศษเซลล์และสารคัดหลั่งสะสมอยู่เป็นเวลานาน อาจเกิดการตกตะกอนของแคลเซียม กลายเป็นก้อนแข็งขนาดเล็กคล้ายนิ่ว

ยิ่งผู้ที่ใช้มือถือเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะต้องจ้องหน้าจอใกล้ๆ และใช้สมาธิสูง ส่งผลให้กระพริบตาน้อยลงอย่างชัดเจน จากปกติประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที เหลือต่ำกว่า 5 ครั้งต่อนาที

เมื่อกระพริบตาน้อย น้ำตาจะกระจายเคลือบผิวดวงตาได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ตาแห้ง ระคายเคือง และเกิดการอักเสบตามมา

แพทย์เปรียบเหมือนกระดาษทรายขูดกระจกตา

ศาสตราจารย์หง จีติง ระบุว่า ก้อนแข็งเหล่านี้ยื่นออกมาจากเยื่อบุตา ทุกครั้งที่ผู้ป่วยกระพริบตา จะเสียดสีกับกระจกตาอย่างรุนแรง คล้ายกับ “กระดาษทรายขูดกระจกตา”

ผลคือการมองเห็นลดลงเหลือเพียง 0.5 และ 0.4 ทีมแพทย์ต้องผ่าตัดนำก้อนนิ่วออกทีละก้อน แต่แม้รักษาแล้ว หากพฤติกรรมการใช้สายตายังเหมือนเดิม ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

นิ่วในตากลับมาได้อีก หากไม่เปลี่ยนพฤติกรรม

ข้อมูลการวิจัยพบว่า กลุ่มคนที่ใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน มีอัตราเกิดภาวะตาแห้งสูงถึง 60% และประมาณครึ่งหนึ่งอาจพบการตกตะกอนในเยื่อบุตา

แพทย์เตือนว่า การเอานิ่วออกเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว หากไม่ดูแลพฤติกรรมการใช้ตา ภายใน 3-6 เดือน อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ถึง 30-50%

วิธีป้องกันง่ายๆ ด้วยกฎ 20-20-20

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้หลัก 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที ให้พักสายตา มองวัตถุไกลประมาณ 20 ฟุต หรือราว 6 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที พร้อมกระพริบตาให้เป็นธรรมชาติ

  • ลดเวลาจ้องจอต่อเนื่อง
  • พักสายตาเป็นระยะ
  • เพิ่มการกระพริบตา
  • ปรับแสงหน้าจอไม่ให้สว่างเกินไป
  • หากตาแห้งบ่อย ควรพบจักษุแพทย์

กรณีนักกีฬาอีสปอร์ตที่พบนิ่วในตาเกือบพันก้อน สะท้อนให้เห็นว่า แม้การเล่นเกมจะเป็นกีฬาอาชีพได้ แต่สุขภาพตายังคงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่คนใช้หน้าจอหนักทุกวัน

หากเริ่มมีอาการตาแห้ง แสบตา ตามัว หรือปวดตาผิดปกติ ไม่ควรมองข้าม เพราะการพักสายตาให้ทันเวลา อาจช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :mirrormedia