
"กล้วยตาก" น้ำตาลสูงปรี๊ด 64.1% มากกว่าทุเรียนเท่าตัว จริงหรือ? : เช็กข่าวชัวร์
เช็กให้ชัด ข่าว “กล้วยตากน้ำตาล 64.1% สูงกว่าทุเรียน คนเป็นเบาหวานห้ามกิน” จริงหรือไม่?
ในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 มีการแชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับ “กล้วยตาก” ว่ามีปริมาณน้ำตาลสูงถึง 64.1% มากกว่าทุเรียนเกือบเท่าตัว พร้อมคำเตือนว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยง รวมถึงมีการอ้างข้อมูลเรื่องน้ำตาลในผลไม้ชนิดอื่นจนสร้างความสับสนในวงกว้าง
กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact Check) พบว่าข้อมูลดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนหลายจุด และเข้าข่าย “ข่าวปลอม” (Fake News) ที่ถูกส่งต่อโดยไม่มีแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่ถูกต้อง
คำถาม
จริงหรือไม่ที่ “กล้วยตาก” มีน้ำตาลสูงถึง 64.1% มากกว่าทุเรียน และผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด รวมถึงข้อมูลที่อ้างว่าผักและผลไม้ที่มีน้ำตาลเกิน 20% ไม่ควรกิน?
การตรวจสอบ
จากการตรวจสอบข้อมูลโดยอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ผ่านรายการ “ชัวร์ก่อนแชร์” ซึ่งมีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าตัวเลขน้ำตาลใน “กล้วยตาก” ที่ถูกแชร์นั้นสูงเกินจริง
ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า กล้วยตากทั่วไปมีปริมาณน้ำตาลประมาณ 15% เท่านั้น ไม่ได้สูงถึง 64.1% ตามที่มีการกล่าวอ้าง ยกเว้นกรณีที่มีการเติมน้ำผึ้งหรือผ่านกระบวนการปรุงแต่งเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำตาลเพิ่มขึ้นได้
ในส่วนของ “ทุเรียน” ข้อมูลจริงระบุว่ามีปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7-10% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ไม่ได้สูงถึง 34.7% ตามที่ถูกแชร์เช่นกัน
นอกจากนี้ ข้อมูลที่ระบุว่าผักและผลไม้ที่มีน้ำตาลเกิน 20% ไม่ควรกินนั้น ไม่เป็นความจริงในภาพรวม เนื่องจาก “ผัก” มีปริมาณน้ำตาลต่ำมาก สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาล ส่วน “ผลไม้” ยังสามารถรับประทานได้ แต่ควรควบคุมปริมาณ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือด
กรณี “แตงโม” และ “ฝรั่ง” ข้อมูลที่แชร์ว่าฝรั่งมีน้ำตาลมากกว่าแตงโมนั้นถือว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง โดยฝรั่งมีน้ำตาลประมาณ 12-13% ขณะที่แตงโมอยู่ที่ประมาณ 7-8%
อย่างไรก็ตาม การเหมารวมว่าผู้ป่วยเบาหวาน “ห้ามกิน” กล้วยตากหรือผลไม้บางชนิดโดยเด็ดขาดนั้น เป็นการสื่อสารที่เกินจริง และอาจทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับหลักโภชนาการที่ถูกต้อง
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลที่ว่า “กล้วยตากมีน้ำตาล 64.1% สูงกว่าทุเรียน และผู้ป่วยเบาหวานห้ามกิน” เป็นข่าวปลอม ไม่เป็นความจริง โดยตัวเลขน้ำตาลถูกบิดเบือน และไม่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับ
- ชำแหละให้ชัดๆ ผลไม้หวานสดชื่น "แตงโม" มีกี่แคลอรี่ กินแล้วไม่อ้วนจริงหรือ?
- ผัวเมียตรวจเจอ "มะเร็งตับ" ทั้งที่ไม่ดื่มเหล้า-สูบบุหรี่ หมอชี้สาเหตุ "ผลไม้" ที่กินประจำ

อ้างอิง
- คำชี้แจงจากข้อมูลผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ผ่านรายการ “ชัวร์ก่อนแชร์”
- การตรวจสอบโดยกองบรรณาธิการ Sanook News
- ข้อมูลจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล