ใครห้ามกิน?! เตือน 5 กลุ่มเสี่ยง "เนื้อวัว" ระวังกรดยูริกพุ่ง-โรคถามหา-เนื้องอกโตไม่รู้ตัว

ใครบ้างต้องระวัง? 5 กลุ่มคนที่ควรเลี่ยง "เนื้อวัว" กินมากไปอาจได้โทษมากกว่าได้บุญ
เนื้อวัว ถือเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่อุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12 แต่รู้หรือไม่ว่าสำหรับบางคน เนื้อแดงแสนอร่อยนี้อาจกลายเป็น "ยาพิษ" ที่ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างรุนแรงหากกินไม่ถูกวิธี หรือกินในปริมาณที่มากเกินไป
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า 5 กลุ่มคนต่อไปนี้ ควรจำกัดปริมาณการกินเนื้อวัวอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจตามมา:
1. ผู้ป่วยโรคเกาต์และโรคข้ออักเสบ
เนื้อวัวคือ "ศัตรูตัวฉกาจ" ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ เนื่องจากมีสาร พิวรีน (Purine) สูงมาก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในกระแสเลือด หากร่างกายขับออกไม่ทัน จะเกิดการตกผลึกตามข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวดบวมอย่างรุนแรงและอักเสบจนเดินลำบากได้เพียงแค่กินเข้าไปมื้อเดียว
2. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคไต
โปรตีนจากเนื้อวัวสร้างภาระหนักให้ระบบกรองของไต กระบวนการย่อยสลายโปรตีนสัตว์จะเกิดของเสียประเภทไนโตรเจน ซึ่งไตต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเพื่อขับออก สำหรับผู้ที่มีค่าไตผิดปกติ การกินเนื้อวัวจะทำให้โรคลุกลามเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตชนิดแคลเซียมออกซาเลตอีกด้วย
3. ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจ
แม้จะให้พลังงานสูง แต่เนื้อวัวมีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวมากกว่าเนื้อสีขาว (เช่น ปลาหรือไก่) หากกินบ่อยจะทำให้ไขมันในเลือดพุ่งสูง เกิดคราบพลัคเกาะตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบตัน เป็นต้นเหตุของโรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรืออัมพฤกษ์อัมพาต
4. ผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ผลการศึกษาพบว่าฮอร์โมนบางชนิดในเนื้อแดงอาจไปรบกวนสมดุลของเอสโตรเจนในผู้หญิง ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้เนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้เนื้อวัวยังกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ทำให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องมดลูกมีอาการปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบายตัวรุนแรงกว่าปกติ
5. ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไม่ดีหรือท้องผูกเรื้อรัง
ด้วยเส้นใยที่เหนียวและโปรตีนที่หนาแน่น ร่างกายต้องใช้เวลาถึง 3-4 ชั่วโมงในการย่อยเนื้อวัว หากเป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือคนที่มีปัญหาลำไส้ การกินเนื้อวัวบ่อยๆ จะทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง และทำให้อาการท้องผูกเรื้อรังแย่ลงกว่าเดิม
คำแนะนำในการรับประทาน:
สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวมา ควรเปลี่ยนไปรับประทานโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่า เช่น ปลา อกไก่ หรือโปรตีนจากพืช (ถั่วต่างๆ) หากยังต้องการทานเนื้อวัว:
-
ควรทานในปริมาณน้อยมาก (ไม่ควรเกิน 50 กรัมต่อสัปดาห์)
-
ควรปรุงด้วยวิธีการ ตุ๋นหรือเคี่ยวให้นุ่ม เพื่อช่วยลดภาระของระบบย่อยอาหาร
เนื้อวัวมีประโยชน์มากมายหากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ แต่สำหรับ 5 กลุ่มเสี่ยงข้างต้น การ 'เลี่ยงได้เลี่ยง' หรือจำกัดปริมาณให้เหมาะสมคือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้โรคประจำตัวกำเริบจนสายเกินแก้ อย่าลืมสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองในทุกมื้ออาหาร
- เตือนแล้วนะ! 7 กลุ่มเสี่ยง 'ห้ามกินแตงโม' อร่อยชื่นใจแต่อันตรายถึงชีวิต ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว
- ควรกินอะไร เพื่อ "กำจัดแอลกอฮอล์" จากร่างกายให้เร็วที่สุด? เผยวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี