โรคมากับดินน้ำ! "ไข้ดิน" เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ป่วย 732 ราย เตือนเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง รีบเช็กอาการ

โรคมากับดินน้ำ! "ไข้ดิน" เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ป่วย 732 ราย เตือนเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง รีบเช็กอาการ

โรคมากับดินน้ำ! "ไข้ดิน" เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ป่วย 732 ราย เตือนเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง รีบเช็กอาการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนเฝ้าระวังโรคเมลิออยด์โดสิส หรือ ไข้ดิน หลังพบผู้ป่วย 732 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย กลุ่มเสี่ยงเลี่ยงสัมผัส ดิน-น้ำปนเปื้อน

รัฐบาลออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคเมลิออยด์โดสิส หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “โรคไข้ดิน” หลังพบแนวโน้มผู้ป่วยยังน่ากังวล โดยกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 เมษายน ว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 16 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย และมีผู้เสียชีวิต 23 ราย

ขอนแก่นเผยเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วย 68 ราย

ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ระบุว่า ในเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสม 68 ราย และเสียชีวิต 2 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือประชาชนอายุ 50 ปีขึ้นไป

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้

โรคเมลิออยด์โดสิส คืออะไร ติดต่ออย่างไร

โรคเมลิออยด์โดสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ซึ่งพบได้ในดินและน้ำ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การสูดหายใจเอาฝุ่นดินที่ปนเปื้อน หรือการดื่มน้ำที่มีเชื้อปะปน

โรคนี้พบได้มากในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีน้ำขัง ทำให้ประชาชนที่ต้องทำงานกลางแจ้งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

อาการโรคไข้ดิน มีตั้งแต่ไข้สูงจนติดเชื้อรุนแรง

อาการของโรคมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของแต่ละคน โดยอาจแสดงอาการหลังรับเชื้อ 1-21 วัน หรือบางรายอาจใช้เวลาหลายเดือนจึงแสดงอาการ

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ไอ มีเสมหะ หายใจลำบาก
  • มีฝีหนองตามผิวหนัง หรือแผลเรื้อรัง
  • แน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ

หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรง ความดันโลหิตต่ำ ช็อก และเสียชีวิตได้

กลุ่มเสี่ยงต้องระวังเป็นพิเศษ

รัฐบาลระบุว่า กลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ เกษตรกร ชาวนา ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำเป็นประจำ รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น

  • เบาหวาน
  • โรคไตเรื้อรัง
  • โรคตับ
  • โรคปอดเรื้อรัง
  • ธาลัสซีเมีย
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

บุคคลในกลุ่มนี้มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป หากติดเชื้อควรเข้ารับการรักษาโดยเร็ว

แนะวิธีป้องกัน ลดเสี่ยงติดเชื้อ

ภาครัฐขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องลงพื้นที่เกษตรหรือสัมผัสดินน้ำ ให้ป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • สวมรองเท้าบู๊ตเมื่อลงนา ลงสวน หรือเดินในพื้นที่แฉะ
  • สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสดินหรือน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการลงน้ำหากมีบาดแผล
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • รีบล้างแผลทันทีหากเกิดบาดเจ็บ

หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน เหนื่อยหอบ หรือแผลติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

รักษาได้ หากพบเร็ว

รองโฆษกรัฐบาลย้ำว่า โรคเมลิออยด์โดสิสสามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรนิ่งนอนใจเมื่อมีอาการผิดปกติ

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

สรุปสถานการณ์ล่าสุด

ขณะนี้ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคเมลิออยด์โดสิสสะสมแล้ว 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย รัฐบาลขอให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำปนเปื้อน พร้อมสังเกตอาการผิดปกติ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมควบคุมโรค: ข้อมูลโรคเมลิออยด์โดสิสและแนวทางป้องกันโรค
  2. รัฐบาลไทย: แถลงการณ์สถานการณ์โรคเมลิออยด์โดสิส
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล