
คนเราต้อง "ถ่ายอุจจาระ" ทุกวันหรือไม่? วิจัยเผยตัวเลขความถี่ ถ่ายวันละกี่ครั้งเรียกว่าปกติ
คนเราจำเป็นต้อง "ถ่ายอุจจาระ" ทุกวันหรือไม่? วิจัยเผยตัวเลขความถี่ ถ่ายวันละกี่ครั้งเรียกว่าปกติ
ความถี่ในการขับถ่ายอุจจาระมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับสุขภาพ นพ. หวง เซวียน (Dr. Huang Xuan) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ทรวงอกและเวชบำบัดวิกฤต ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยอ้างอิงจากงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ BMJ Open ซึ่งติดตามกลุ่มตัวอย่างเกือบ 500,000 คน เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ผลการศึกษาพบว่า ความถี่ในการขับถ่ายที่มากหรือน้อยเกินไป ล้วนเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น
งานวิจัยดังกล่าวได้ใช้กลุ่มคนที่ "ขับถ่ายวันละ 1 ครั้ง" เป็นเกณฑ์อ้างอิงมาตรฐาน และพบความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ในการขับถ่ายกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ ดังนี้
- ขับถ่ายมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน: เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคไตเรื้อรัง ประมาณ 10-30 เปอร์เซ็นต์
- ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์: เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
อย่างไรก็ตาม นพ. หวง เซวียน เน้นย้ำว่าผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึง "ความสัมพันธ์" เท่านั้น ไม่ใช่ "เหตุและผล" โดยตรง นั่นหมายความว่า ความผิดปกติของการขับถ่ายอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีปัญหาซ่อนอยู่ ไม่ได้แปลว่าการขับถ่ายบ่อยครั้งจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายป่วยแต่อย่างใด

4 ลักษณะอุจจาระที่ต้องระวัง สัญญาณเตือนโรคร้าย
นอกจากเรื่องความถี่แล้ว นพ. หวง เซวียน ระบุว่าลักษณะของอุจจาระเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่า โดยมี 4 ลักษณะผิดปกติที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่
- อุจจาระปนเลือดหรือมีหนอง: อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบ การติดเชื้อ หรือโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
- อุจจาระเป็นมันเยิ้ม: บ่งบอกถึงปัญหาของตับอ่อน ทำให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้ผิดปกติ
- อุจจาระสีซีดหรือสีเทาขาว: อาจเกิดจากภาวะท่อน้ำดีอุดตัน หรือโรคเกี่ยวกับตับและถุงน้ำดี
- อุจจาระก้อนเล็กลีบหรือแบน: อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีก้อนเนื้องอกในลำไส้กดทับอยู่
ไม่จำเป็นต้องขับถ่ายทุกวันเสมอไป
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทิ้งท้ายว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าจะต้องขับถ่ายให้ได้วันละ 1 ครั้งเสมอไป หัวใจสำคัญคือความสม่ำเสมอ การขับถ่ายที่ราบรื่น และไม่มีอาการอึดอัดทรมาน แต่หากพฤติกรรมการขับถ่ายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน หรือมีอาการผิดปกติตามที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :setn.com