อัศวินนำจิ๊บขอขมารูปโตมี่ยันเสียใจ

อัศวินนำจิ๊บขอขมารูปโตมี่ยันเสียใจ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ 10 รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แถลงข่าว การจับกุม นายนพพล หรือ จิ๊บ ประสงค์ศิล น้องชาย นายชาญชัย หรือ โจ๊ก ประสงค์ศิล ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทำการวิสามัญ หรือ จิ๊บ ไผ่เขียว ผู้ต้องหา
ร่วมยิง น้องโตมี่ โดย จิ๊บ เปิดเผยว่า ตนเองและพี่ชาย ได้ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมกับพี่ชาย กลับมาจากเก็บเงินค่ายาบ้า จากนั้นได้ขับรถมา ก็พบรถโตโยต้ายาริส ก็ไม่ได้ตั้งใจจะยิง ให้มีผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่ยิงนั้น ก็ไม่ทราบว่า ทำไมพี่ชายของตนเอง ถึงยิง และไม่ได้มีเจตนาจะประสงค์ต่อทรัพย์ และไม่หวังว่าจะให้มีผู้เสียชีวิต และยอมรับว่า ตนเองได้ก่อเหตุใน
ลักษณะดังกล่าว มาแล้ว 3-4 ครั้ง ส่วนคดียาเสพติดนั้น เจ้าตัวยังไม่ขอเปิดเผย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ได้นำรูปภาพของน้องโตมี่ ให้ นายจิ๊บ ทำการขอขมา ซึ่งระหว่างที่ทำพิธี ผู้ต้องหา มีสีหน้าที่เรียบเฉยและก้มหน้าให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งแม้ ผู้ต้องหา จะให้การว่า เป็นเพียงผู้ขับขี่รถให้เท่านั้น แต่อัตราโทษ ก็มีค่าเท่ากับผู้ลงมือยิง



อีกทั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ10 และรักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ชุดเฉพาะกิจควบคุมตัว นายนพพล หรือ จิ๊บ ประสงค์ศิล ร่วมกับ นายชาญชัย หรือ โจ๊ก ประสงค์ศิลป์ พี่ชาย ยิงน้องโตมี่ เสียชีวิต มาแถลงข่าวที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.พระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมาก นายนพพล หรือ จิ๊บ เปิดใจเป็นครั้งแรกในการแถลงข่าว ว่า ในวันเกิดเหตุตนเองขับรถจักรยานยนต์ให้พี่ชายซ้อนท้าย เพื่อจะไปเก็บเงินค่ายาบ้า เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ รถของน้องโตมี่ ขับออกจะเลี้ยวขวา ตนเองเร่งรีบจะเลี้ยวออกซ้าย ทำให้ นายชาญชัย หรือโจ๊ก พี่ชาย ตามไปประกบยิงหลังรถ 3 นัด และตามประกบยิงอีกครั้งหนึ่ง 9 นัด ซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะยิง ให้มีผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่ยิงนั้น ก็ไม่ทราบว่า ทำไมพี่ชายของตนเอง ถึงยิง และไม่ได้มีเจตนาจะประสงค์ต่อทรัพย์ และไม่หวังว่าจะให้มีผู้เสียชีวิต และยอมรับว่า ตนเองได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว มาแล้ว 3-4 ครั้ง ส่วนคดียาเสพติดนั้น เจ้าตัวยังไม่ขอเปิดเผย

ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยภายหลังแถลงข่าว ประกาศว่า นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นการปราบปรามยาเสพติด ต่อจากนี้ไปจะกวาดล้างให้สิ้นซาก


ส่วนการพา นายจิ๊บ ไปขอขมาศพน้องโตมี่ นั้น เนื่องจาก เกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัย จึงให้ นายจิ๊บ ขอขมาภาพถ่ายน้องโตมี่ แทน ซึ่งระหว่างที่ทำพิธี ผู้ต้องหา มีสีหน้าที่เรียบเฉยและก้มหน้าให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งแม้ ผู้ต้องหา จะให้การว่า เป็นเพียงผู้ขับขี่รถให้เท่านั้น แต่อัตราโทษ ก็มีค่าเท่ากับผู้ลงมือยิง


ผู้บังคับการตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา นำชุดเฉพาะกิจ ควบคุมตัว "จิ๊บ ไผ่เขียว" ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทั้งหมด 7 จุด พร้อม ให้จุดธูปขอขมา "น้องโตมี่"

ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ.10 และรักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งการให้ พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผู้บังคับการตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา นำชุดเฉพาะกิจ พร้อมอาวุธครบมือ ควบคุมตัว นายนพพล หรือ จิ๊บ ประสงค์ศิลป์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ รวมทั้งหมด 7 จุด

จุดที่ 1 ทางลูกรังตรงข้ามไฮเทค รับเงินค่ายาบ้าจาก นายออย

จุดที่ 2 บนถนนสายเอเชีย ก่อนถึงด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียม เป็นบริเวณที่ผู้ต้องหาเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวา เพื่อจะกลับบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก

จุดที่ 3 บริเวณหน้าด่านชั่งน้ำหนัก เป็นจุดที่ผู้ต้องหาจะเลี้ยวกลับรถ แต่รถ Yaris ไม่ยอมเปิดทางให้เข้า

จุดที่ 4 บริเวณตรงข้ามห้างโลตัส สาขาบางปะอิน เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับรถแซงรถ Yaris ขึ้นไป และชะลอ
รถ จากนั้น นายโจ๊ก ยิงใส่รถ Yaris แล้วไล่ยิงรถ Yaris ไปเรื่อยๆ

จุดที่ 5 บริเวณเยื้องห้างโลตัส เป็นจุดยิงครั้งสุดท้ายที่ยิงรถ Yaris ห่างจากจุดที่ยิงครั้งแรก ประมาณ 150 - 200 เมตร

จุดที่ 6 บริเวณเชิงต่างระดับบางปะอิน หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้ขับรถขึ้นสะพานต่างระดับ กลับรถวนตามถนนสายเอเชีย
ขาขึ้น และจุดที่ 6 ขณะทำแผน นายจิ๊บ ได้จุดธูปขอขมา น้องโตมี่

จุดที่ 7 จุดสุดท้าย ที่บ้านพักผู้ต้องหา ต.คุ้งลาน หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาและ นายโจ๊ก ได้นำรถไปเก็บ


โดย นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึง มาตรการควบคุมตัว นายนพพล ประสงค์ศิลป์ หรือ จิ๊บ ไผ่เขียว คนร้ายก่อเหตุยิง เด็กชายโภคิน ดีผิว หรือ น้องโตมี่ หากถูกนำตัวมาควบคุมในเรือนจำ ว่า การควบคุมตัว จิ๊บ ไผ่เขียว อาจต้องควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก่อน เนื่องจาก ผู้ต้องหา ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี จึงจำเป็นต้องอยู่ในเรือนจำใกล้ศาล และจะต้องให้อยู่ในแดนแรกรับ ซึ่งเป็นแดนควบคุมผู้ต้องหา ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีเท่านั้น เพื่อไม่ให้เข้าไปรวมกับผู้ต้องขังรายอื่น

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวด้วยว่า จะกำชับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ให้จับตา นายจิ๊บ เป็นพิเศษ เพื่อควบคุมปัญหา การลักลอบค้ายาเสพติดภายในเรือนจำ แต่ขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่า เครื่อข่ายค้ายาเสพติดในชุมชนไผ่เขียว มีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องขังในเรือนจำแต่อย่างใด