เปิดวิจัยผัก 1 ชนิด อาวุธลับต้านมะเร็ง ต่อสู้โรคอ้วน ทีเด็ดอยู่ตรงปลายยอด
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1976/9880790/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpgเปิดวิจัยผัก 1 ชนิด อาวุธลับต้านมะเร็ง ต่อสู้โรคอ้วน ทีเด็ดอยู่ตรงปลายยอด

เปิดวิจัยผัก 1 ชนิด อาวุธลับต้านมะเร็ง ต่อสู้โรคอ้วน ทีเด็ดอยู่ตรงปลายยอด

แชร์เรื่องนี้

"หน่อไม้ฝรั่ง" อาวุธลับต้านมะเร็งและโรคอ้วน? งานวิจัยใหม่เผยส่วนปลายมีคุณค่าสูงสุด

หน่อไม้ฝรั่งจานอร่อยบนโต๊ะอาหารของคุณอาจซ่อนความลับในการต่อสู้กับโรคมะเร็งและโรคอ้วนเอาไว้ งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยวอนกวาง (Wonkwang University) ได้ทำการตรวจสอบหน่อไม้ฝรั่ง 4 สายพันธุ์ยอดนิยมอย่างละเอียด และผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้คุณต้องมองผักสีเขียวชนิดนี้ใหม่ด้วยความทึ่ง

หัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่สารออกฤทธิ์ที่ชื่อว่า "รูติน" (Rutin) ซึ่งเป็นสารประกอบฟลาโวนอยด์ที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นพิเศษ จนได้รับฉายาว่าเป็น "พนักงานทำความสะอาดหลอดเลือด" ทีมนักวิจัยได้นำหน่อไม้ฝรั่งความยาว 20 เซนติเมตร มาแบ่งออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน ตั้งแต่ส่วนปลายยอดไปจนถึงส่วนโคน เพื่อตรวจวัดปริมาณรูตินในแต่ละส่วน

ความลับอยู่ที่ "ปลายยอด": ยิ่งใกล้แสงแดด ยิ่งมีสารอาหารสูง

ผลการวิจัยพบกฎที่น่าสนใจคือ ไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้ฝรั่งสายพันธุ์ใด ปริมาณรูตินจะค่อยๆ ลดลงจากส่วนปลายยอดไปสู่ส่วนโคน ซึ่งสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการได้รับแสงแดด เนื่องจากส่วนปลายยอดเป็นส่วนที่รับแสงแดดได้มากที่สุด และแสงแดดจะกระตุ้นให้พืชสังเคราะห์สารฟีนอลิกมากขึ้น ดังนั้นการรับประทานส่วนปลายยอดจึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เข้มข้นที่สุด

ผลทดสอบการต้านมะเร็ง: โดดเด่นในการยับยั้ง "มะเร็งลำไส้ใหญ่"

ทีมนักวิจัยได้ทดลองใช้สารสกัดจากหน่อไม้ฝรั่งกับเซลล์มะเร็งมนุษย์ 3 ชนิด ได้แก่ มะเร็งปอด (Calu-6), มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HCT-116) และมะเร็งเต้านม (MCF-7) เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง

  • การค้นพบที่สำคัญ: หน่อไม้ฝรั่งมีฤทธิ์ยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ชัดเจนที่สุด โดยในระดับความเข้มข้นที่เท่ากัน อัตราการรอดชีวิตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่จะต่ำกว่าเซลล์มะเร็งปอดและเต้านมเสมอ
  • บทบาทของรูติน: การวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่าปริมาณรูตินมีความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตราการรอดชีวิตของเซลล์มะเร็งอย่างมีนัยสำคัญ หมายความว่ายิ่งมีรูตินสูง เซลล์มะเร็งยิ่งรอดชีวิตได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เนื่องจากการทดลองนี้ทำในระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการและใช้ความเข้มข้นที่สูงกว่าการรับประทานในมื้ออาหารปกติ หน่อไม้ฝรั่งจึงเป็นส่วนเสริมที่ดีของอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์มาตรฐานได้

ตัวช่วยลดความอ้วน: ยับยั้งการสะสมไขมัน

นอกเหนือจากการต้านมะเร็ง งานวิจัยยังทดสอบศักยภาพในการต้านโรคอ้วน โดยสังเกตผลของสารสกัดหน่อไม้ฝรั่งต่อกระบวนการสร้างเซลล์ไขมัน (Adipogenesis) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเมื่อความเข้มข้นของสารสกัดเพิ่มขึ้น ความแข็งแรงของเซลล์ไขมันจะลดลง และการสะสมของไขมันก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวดีสำหรับผู้บริโภคคือ หน่อไม้ฝรั่งทั้ง 4 สายพันธุ์ที่นำมาทดสอบมีประสิทธิภาพในการต้านโรคอ้วนไม่แตกต่างกันมากนัก นั่นหมายความว่าไม่ว่าคุณจะเลือกสายพันธุ์ใด หากรับประทานเป็นประจำก็อาจช่วยในการจัดการน้ำหนักตัวได้ โดยสารออกฤทธิ์จะเข้าไปยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ไขมันและลดการพอกพูนของไขมันในร่างกาย

คำแนะนำในการรับประทานหน่อไม้ฝรั่งให้ได้สุขภาพสูงสุด

  1. ให้ความสำคัญกับส่วนปลาย: เนื่องจากส่วนปลายยอดมีรูตินสูงที่สุด ในการปรุงอาหารพยายามรักษาและรับประทานส่วนนี้ไว้เพื่อไม่ให้เสียคุณค่าทางอาหาร
  2. รับประทานอาหารให้หลากหลาย: แม้หน่อไม้ฝรั่งจะมีประโยชน์มาก แต่ไม่ควรรับประทานเพียงอย่างเดียว ควรทานคู่กับผักผลไม้อื่นๆ ที่อุดมด้วยโพลีฟีนอลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพร่วมกัน
  3. เน้นวิถีชีวิตที่สมดุล: การทานหน่อไม้ฝรั่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ดีเท่านั้น การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่แข็งแรง

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :news.qq.com