
ระเบียบใหม่ให้สิทธินักเรียนต่างด้าวข้ามแดนเรียน "เช้าไป-เย็นกลับ" จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2568
ได้เกิดกระแสข่าวและการส่งต่อข้อมูลที่สร้างความสับสนในโลกออนไลน์ โดยมีการอ้างว่าระเบียบฉบับใหม่นี้เป็นการเปิดช่องให้เด็กนักเรียนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สามารถเดินทางข้ามตะเข็บชายแดนเข้ามาเรียนในโรงเรียนไทยแบบเช้าไป-เย็นกลับได้อย่างอิสระและได้รับสิทธิเทียบเท่าเด็กไทย
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงความถูกต้องของระเบียบดังกล่าว เนื่องจากเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาและงบประมาณภาครัฐ รวมถึงความมั่นคงบริเวณชายแดน ข้อมูลที่บิดเบือนอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
คำถาม
จริงหรือไม่ที่ระเบียบการรับนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติไทยฉบับใหม่ ให้สิทธินักเรียนต่างด้าวเดินทางข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านมาเรียนในประเทศไทยแบบเช้าไป-เย็นกลับได้?
การตรวจสอบ
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบเนื้อหาตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับล่าสุด และคำชี้แจงจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พบว่าข้อมูลที่มีการแชร์กันนั้นเป็นการ "บิดเบือน" ข้อเท็จจริงจากเนื้อหาหลักของระเบียบ โดยระเบียบฉบับใหม่มีการปรับปรุงเพื่อความชัดเจนและเข้มงวดกว่าเดิมในประเด็นการข้ามแดน
จากการตรวจสอบพบว่า ระเบียบฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กที่ "พำนักอยู่ในประเทศไทย" เท่านั้น โดยสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงคือการ "ตัดสิทธิ" กลุ่มเด็กที่เดินทางข้ามแดนแบบเช้าไป-เย็นกลับ (Daily Cross-border) ออกจากสิทธิที่จะได้รับรหัสประจำตัวผู้เรียน (G Code) และงบประมาณสนับสนุน เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบข้ามแดนมาใช้สิทธิทางการศึกษาโดยไม่ได้พำนักอยู่ในไทยจริง ซึ่งขัดกับหลักเกณฑ์ความมั่นคงและมติคณะรัฐมนตรี
สำหรับเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีที่พำนักเป็นหลักแหล่งภายในประเทศไทย สถานศึกษายังคงมีหน้าที่จัดทำเลขประจำตัว 13 หลัก หรือรหัส G Code เพื่อติดตามตัวผู้เรียนตามหลักสิทธิมนุษยชนและการจัดการศึกษาภาคบังคับตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่จะต้องมีการพิสูจน์ทราบที่พำนักจริงในพื้นที่บริการของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลดังกล่าวเป็น "ข่าวบิดเบือน" โดยระเบียบใหม่ไม่ได้ให้สิทธิเด็กข้ามแดนแบบเช้าไป-เย็นกลับ แต่ในทางกลับกันคือ "การสั่งยกเลิกและตัดสิทธิ" กลุ่มที่เดินทางข้ามแดนมาเรียน เพื่อให้ความสำคัญกับเด็กที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นหลักเท่านั้น