
เปิดลิสต์ 7 อาหาร ที่หากกิน "ตอนเช้า" สลายไขมันในช่องท้อง ตัวช่วยสำคัญลดน้ำหนัก!!
7 อาหารมื้อเช้า กินถูกวิธีช่วยลด “ไขมันในช่องท้องลึก” ตัวช่วยคนอยากลดน้ำหนักหลังเทศกาล
หลังช่วงเทศกาล หลายคนกังวลเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าตัวเลขบนตาชั่งคือ “ไขมันในช่องท้องลึก” หรือไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายใน เช่น ตับ ตับอ่อน และลำไส้ ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเมตาบอลิก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
หลายคนเลือก “งดมื้อเช้า” เพื่อเร่งลดน้ำหนัก แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า การงดอาหารเช้าอาจทำให้ระดับฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) สูงต่อเนื่อง และทำให้ร่างกายชะลอการเผาผลาญ ส่งผลให้หิวจัดในมื้อต่อไปและกินเกินความจำเป็น
ในทางกลับกัน การเลือกอาหารเช้าที่เหมาะสม อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความอิ่ม และสนับสนุนการเผาผลาญตลอดวันได้ดีขึ้น
ต่อไปนี้คือ 7 อาหารที่มักถูกแนะนำสำหรับมื้อเช้าในช่วงควบคุมน้ำหนัก
1. ไข่
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ช่วยให้อิ่มนานและลดการกินจุบจิบระหว่างวัน สารโคลีนในไข่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญไขมันในตับ
ควรเลือกวิธีปรุงแบบต้ม หรือนึ่ง แทนการทอดน้ำมันมาก ๆ และบริโภคในปริมาณเหมาะสม
2. โยเกิร์ตกรีกแบบไม่เติมน้ำตาล
อุดมด้วยโปรตีนและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร งานวิจัยบางส่วนชี้ว่าความสมดุลของจุลินทรีย์ลำไส้อาจเกี่ยวข้องกับการสะสมไขมันในช่องท้อง
ควรเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาล เพื่อลดการกระตุ้นอินซูลิน
3. ข้าวโอ๊ตชนิดเต็มเมล็ด (Rolled Oats)
มีใยอาหารชนิดเบต้า-กลูแคน ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและช่วยให้อิ่มนาน ดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวโอ๊ตสำเร็จรูป เหมาะสำหรับควบคุมความหิวระหว่างวัน
4. เมล็ดเจีย
มีใยอาหารสูงและกรดไขมันโอเมก้า 3 เมื่อแช่น้ำจะพองตัว ช่วยเพิ่มความอิ่ม และสนับสนุนการควบคุมความอยากอาหาร
5. บลูเบอร์รี
อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะแอนโทไซยานิน มีน้ำตาลต่ำกว่าผลไม้หลายชนิด เหมาะใส่คู่กับโยเกิร์ตหรือข้าวโอ๊ต
6. อะโวคาโด
มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ช่วยให้อิ่มนานและสนับสนุนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควรกินในปริมาณพอเหมาะ เช่น ประมาณ 1 ใน 4 ผลต่อวัน
7. ถั่วเปลือกแข็ง
อัลมอนด์ วอลนัต หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีไขมันดีและใยอาหาร งานวิจัยเชิงสังเกตบางชิ้นพบว่าผู้ที่บริโภคถั่วเป็นประจำมักมีรอบเอวเฉลี่ยต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมปริมาณเพราะให้พลังงานค่อนข้างสูง
- "อย่ากินบ่อย!" เตือน 5 เมนูเช้ายอดฮิต คือยาพิษทำลาย "ตับอ่อน" เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว
- เตือนแล้วนะ!! 3 เวลาที่ “อย่าดื่มกาแฟ” หากไม่อยากร่างล้า-สุขภาพพัง คนไทยมักพลาดที่ข้อแรก!!
ข้อควรระวังสำคัญ
การลดไขมันในช่องท้องไม่สามารถทำได้ด้วยอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการควบคุมพลังงานรวม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับเพียงพอ และลดความเครียด
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรรับประทานอาหารเช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน ในช่วงเวลา 6.00–9.00 น. และอิ่มประมาณ 70–80% เพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างสมดุล
แทนที่จะงดอาหารแบบหักดิบหลังเทศกาล ลองปรับมื้อเช้าให้มีโปรตีนเพียงพอ ใยอาหารสูง และน้ำตาลต่ำ อาจเป็นแนวทางที่ยั่งยืนและปลอดภัยกว่าในการดูแลรูปร่างและสุขภาพระยะยาว

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :SOHA