
หมอเมืองนอกเฉลย ดื่มน้ำ 500 มล. ก่อนมื้ออาหาร ช่วย "ลดน้ำหนัก" ได้จริงไหม?
ดื่มน้ำก่อนอาหาร 500 มล. ช่วยลดน้ำหนักจริงไหม? แพทย์ไต้หวันเผย 3 เดือนลดได้ 2 กิโลกรัม
หลังช่วงเทศกาลหลายคนอาจกังวลกับน้ำหนักตัวที่พุ่งพรวด แต่ล่าสุดมีเคล็ดลับ ลดน้ำหนัก ที่ไม่ต้องจ่ายแพงมาฝากกัน จากงานวิจัยระบุว่าเพียงแค่ดื่มน้ำ 500 มิลลิลิตร ก่อนรับประทานอาหาร 30 นาที ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ สามารถช่วยให้น้ำหนักลดลงเฉลี่ยถึง 2 กิโลกรัมเลยทีเดียว
งานวิจัยชี้ "น้ำเปล่า" ตัวช่วยชั้นดีของคนลดความอ้วน
นพ.เฉียน เจิ้งหง ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลฉางเกิง จีหลง ของไต้หวัน ได้อ้างอิงงานวิจัยจากวารสารการแพทย์ Obesity ที่ทดลองในกลุ่มผู้ใหญ่วัยกลางคนและผู้สูงอายุที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ดื่มน้ำ 500 มิลลิลิตรก่อนอาหาร 3 มื้อ ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่มน้ำถึง 2 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากสำหรับผู้ที่ลดน้ำหนักยาก
กลไกการทำงาน: เร่งเผาผลาญและสั่งสมองให้ "อิ่มเร็ว"
นอกจากการช่วย ลดน้ำหนัก แล้ว การดื่มน้ำยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน (Basal Metabolic Rate) ให้สูงขึ้นประมาณ 30% ภายใน 30-40 นาทีหลังดื่มน้ำ และเนื่องจากน้ำจะใช้เวลาอยู่ในกระเพาะประมาณ 20-60 นาที การดื่มน้ำก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงจึงช่วยให้กระเพาะขยายตัวและส่งสัญญาณความอิ่มไปยังสมอง ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและทานอาหารได้น้อยลงในมื้อนั้นๆ
คุณหมอเปรียบเทียบว่ากลไกนี้คล้ายคลึงกับการทำงานของยาฉีดลดความอ้วนกลุ่ม GLP-1 ที่ช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลดความอยากอาหาร แม้การดื่มน้ำจะไม่ได้ผลรุนแรงเท่าการใช้ยา แต่ก็มีทิศทางเดียวกันคือช่วยลดโอกาสในการกินมากเกินไป และที่สำคัญคือเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติและประหยัดค่าใช้จ่าย
Anna Shvets
3 หลักการดื่มน้ำเพื่อการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย
สำหรับใครที่อยากลองใช้วิธีนี้ คุณหมอแนะนำหลักการ 3 ข้อ เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:
- เวลาที่เหมาะสม: ควรดื่มก่อนอาหาร 30 นาที ไม่ควรดื่มไปกินไปปริมาณมาก เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง
- อุณหภูมิ: ควรเป็นน้ำอุ่นเพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
- ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น กรดไหลย้อน โรคไตเรื้อรัง หรือภาวะหัวใจล้มเหลว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำตามวิธีนี้
สรุปเทคนิค ดื่มน้ำลดน้ำหนัก
แม้การดื่มน้ำจะเป็นวิธี ลดน้ำหนัก ที่ต้นทุนต่ำและทำได้ง่าย แต่คุณหมอย้ำว่ายังคงต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความยั่งยืนและดีต่อสุขภาพในระยะยาว
ขอขอบคุณ
ภาพ :Lisa from Pexels
