
ในยุคปัจจุบันเราคุ้นเคยกับการใช้ชุดตรวจครรภ์แบบแท่งที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่หากย้อนกลับไปในอดีต ช่วงก่อนทศวรรษ 1970 วิทยาศาสตร์มีวิธีการที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นมาก โดยใช้สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ อย่าง "กบ" มาเป็นตัวชี้วัดว่าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์หรือไม่
ข้อมูลจาก นิตยสารสมิธโซเนียน (Smithsonian Magazine) ระบุว่า ก่อนที่ชุดตรวจครรภ์สมัยใหม่จะถูกคิดค้นขึ้น ผู้คนใช้วิธีที่เรียกว่า "การทดสอบฮอกเบน" (Hogben test) ซึ่งเป็นการนำปัสสาวะของผู้หญิงมาใช้ทดสอบกับกบสายพันธุ์แอฟริกัน (African Clawed Frogs) ที่ถูกนำเข้ามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
วิธีการทดสอบไม่ได้เป็นการปัสสาวะรดตัวกบแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่จะทำการฉีดปัสสาวะของหญิงที่สงสัยว่าตั้งครรภ์เข้าไปที่บริเวณขาหลังของกบตัวเมีย จากนั้นจึงนำพวกมันกลับเข้ากรงเพื่อสังเกตอาการ หากกบมีการวางไข่ออกมาภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง นั่นแสดงว่าผู้หญิงเจ้าของปัสสาวะคนนั้นกำลังตั้งครรภ์ แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ถือว่าผลเป็นลบ

ความลับของเรื่องนี้อยู่ที่ฮอร์โมนในร่างกายมนุษย์ ดร.เอ็ดเวิร์ด อาร์. เอลกัน (Dr. Edward R. Elkan) ได้เขียนอธิบายไว้ในวารสารการแพทย์อังกฤษ (British Medical Journal) เมื่อปี 1938 โดยเรียกวิธีนี้ว่า "การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยกบซีโนปัส" (Xenopus pregnancy test)
กลไกการทำงานเกิดจากฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (hCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะถูกสร้างขึ้นในร่างกายผู้หญิงเมื่อมีการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนชนิดนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถไปกระตุ้นการตกไข่ในกบสายพันธุ์แอฟริกันได้อย่างฉับพลัน
ข้อดีที่ทำให้วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น เมื่อเทียบกับวิธีก่อนหน้ามีดังนี้:
African Clawed Frogs
นอกจากวิธีการใช้กบแล้ว ประวัติศาสตร์ยังบันทึกวิธีสุดแปลกอื่นๆ ไว้อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น ชาวอียิปต์โบราณ ที่มีวิธีการตรวจครรภ์โดยให้ผู้หญิงปัสสาวะรดลงบนเมล็ดข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์
แม้ว่าวิธีเหล่านี้จะฟังดูแปลกประหลาดในสายตาคนยุคใหม่ แต่นี่คือรากฐานสำคัญทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์พยายามทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของร่างกายผ่านธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นเทคโนโลยีที่สะดวกสบายอย่างในปัจจุบัน
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :synopsis.mcmaster.ca,wikipedia.org