อธิบดีผู้พิพากษาศาลยันไม่เปลี่ยนองค์คณะ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ร้องขอความเป็นธรรม เพื่อคัดค้านผู้พิพากษา เจ้าของสำนวนที่ถูก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาทว่า ตามหลักการแล้ว ประธานศาลฎีกาเป็นผู้บังคับบัญชาของ ผู้พิพากษาทางธุรการ

ขณะที่ คดีซึ่งฟ้องร้องกันอยู่ในอำนาจศาลอาญา ที่อธิบดีผู้พิพากษาอาญาจะเป็นผู้พิจารณาตามรัฐธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกา จึงไม่มีหน้าที่ก้าวล่วง เพราะตามประมวลวิธี พิจารณาความแพ่ง มาตรา 11 ได้บัญญัติเหตุการณ์คัดค้านผู้พิพากษาไว้ ในหลายประเด็น และหลังจากนายจตุพร ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม 2 ฉบับ แล้ว

ล่าสุดประธานศาลฎีกา ส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ตรวจสอบข้อกล่าวหา ที่มีการร้องขอความเป็นธรรมแล้ว ซึ่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้แจ้งให้ประธานศาลฎีกาทราบแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อกล่าวหา ที่จะเป็นต้นเหตุ ต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงองค์คณะผู้พิพากษา และอธิบดี ได้แจ้งให้แก่ นายจตุพร ทราบแล้วด้วยเช่นกัน

ส่วนที่ นายจตุพร ระบุว่า ผู้พิพากษา ไม่ให้โอกาสนำพยานเข้าสืบเต็มที่ หาก นายจตุพร เห็นว่า ตนเสียเปรียบในการสืบพยานว่า ยังไม่ครอบคลุมประเด็น ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา เพื่อย้อนสำนวนกลับ ให้สืบ
พยานใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และดุลยพินิจของศาลด้วย