"ตุ๊กกี้" เผยอีกด้านชีวิตเคยเสียหลัก เพราะดราม่ารำคาญเสียงหัวเราะ!

รายการ “เกิดมาเว่า” สัปดาห์นี้ ม้าม่วง ชวนพูดคุยแบบเจาะลึกกับ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน หรือ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์” ตลกแถวหน้าของเมืองไทย ที่มาเล่าเส้นทางชีวิตแบบไม่มีสคริปต์ ตั้งแต่รากอีสาน การเรียนรำไทย การทำงานเบื้องหลังในฐานะคอสตูมเวิร์คพอยท์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่นักแสดงชิงร้อยชิงล้าน จนกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่คนจดจำ พร้อมเปิดใจเรื่องความกดดันจากเสียงวิจารณ์ เคยปิดปากหัวเราะเพราะคอมเมนต์รำคาญเสียง และบทเรียนชีวิตที่ทำให้ยืนอยู่ในวงการได้จนถึงวันนี้
เห็นพี่ตุ๊กกี้พูดอีสานหลายคนก็คงรู้แล้วว่าเป็นคนอุดร ?
ตุ๊กกี้ : ไม่ รู้นี่เก่งนะ หลายคนจะไม่รู้ เพราะว่าเรียนหลายที่เกิน อนุบาลถึง ป. 6 เรียนอยู่อุดรฯ พอ ม. 1 ถึง ม. 6 เรียนอยู่กาฬสินธุ์ แล้วปริญญาตรีที่มหาสารคาม
มหาวิทยาลัยมหาสารคามนี้เขาผลิตดาราคุณภาพ ?
ตุ๊กกี้ : ภูมิใจนะ พี่ตุ๊กกี้ภูมิใจมาก อะไรก็ตามน่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่เรียนเอกรำไทย แล้วทำให้เปิดประตูสำหรับคนที่เป็นแบบขาสั้น แขนสั้น หน้าเหมือนลิงแต่ว่าเรียนรำไทย (หัวเราะ)
แนะนำร้านอาหารเด็ดของพี่ตุ๊กกี้หนึ่งในใจที่จังหวัดอุดรฯ ?
ตุ๊กกี้ : ใครก็รู้จักร้านนี้ ร้านเจ๊ไก่ ไม่ได้มีแต่ส้มตำอย่างเดียว ไก่ย่างก็อร่อย แล้วเขาจะวางข้างหน้าเลย หอยขม กุ้งเต้น กุ้งลวก ทุกอย่าง ลงเครื่องไปใครจะไป คำชะโนดจะแวะเจ๊ไก่ก่อน เขาเปิดตั้งแต่เช้าด้วย 7:00 น.ก็ได้กินแล้ว แต่ว่าต้องไปก่อน 4-5 โมง เพราะว่าหมดเร็ว
กลับอุดรฯบ่อยไหม ?
ตุ๊กกี้ : ได้กลับทุกเดือนค่ะ คนจะไม่ค่อยรู้ว่าพี่กลับบ้าน เพราะพี่ไม่ค่อยโพสต์ลง พี่จะลงเวลาที่ได้กินของอร่อย ๆ พี่ชอบโชว์ ตำส้มตำ ปิ้งปลา แกงนู้นแกงนี้ ถ้าเมืองอุดรฯ ก็แบบนี้ ถ้าเมืองอุบลฯ ก็หมูยอ ข้าวเปียก ก๋วยจั๊บ
ปกติเป็นร่าเริงสดใสไหม ?
ตุ๊กกี้ : ไม่ พี่ไม่ได้เป็นคนร่าเริงนะ พี่แค่เป็นคนพูดมาก พูดเป็น เราไม่ได้ตลก ลองบอกว่า Yellow คืออะไร yellow มุกล็อคมุกอะไรพี่ไม่ได้เลย เพราะพี่ไม่ได้เป็นตลก พี่ไม่ได้มาจากคณะ พี่ไม่รู้ พี่พูดเป็นเฉย ๆ หยอกนั่นหยอกนี่ไปเฉย ๆ หัวเราะตลก แต่มาครูพักลักจำ (เรียนรู้จากการแอบดูแอบฟัง) พี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่งนี่แหละ พี่เป็นฝ่ายเสื้อผ้า จัดชุดให้เขาใส่ในรายการชิงร้อยฯ เป็นคอสตูม
ก่อนที่จะมาเป็นคอสตูมเรียนอะไรมาก่อน ?
ตุ๊กกี้ : พี่เรียนรำไทยมา เรียนนาฏศิลป์ไทยตั้งแต่ม. 1 ถึงปริญญาตรี
beauty standard ยุคนั้น ?
ตุ๊กกี้ : ยุคนั้นคือ อรอนงค์ ปัญญาวงศ์, นุ่น วรนุช
มีพี่น้องกี่คน ?
ตุ๊กกี้ : 3 คน เป็นคนกลาง พี่คนแรกพ่อบอกเลยว่าต้องเรียนช่างกล เรียนเทคนิค เพราะว่าบ้านประกอบรถสองแถว รถจะได้ไม่ต้องเขาอู่ไปเสียเงินให้เขา (หัวเราะ) คนที่ 2 คือตุ๊กกี้ ตุ๊กกี้ต้องเป็นครู เพราะว่า หน้าตาขี้เหร่ สวย หล่อ ขับรถผ่านถ้าเป็นครูเขายกมือไหว้หมด คนที่ 3 คือน้องสาว น้องต้อมต้องเรียนพยาบาลเพราะว่าพ่อเป็นโรคเก๊าท์ มีพี่ชายกับน้องสาวที่ทำตามพ่อบอก แต่เราโดดมาเรียนรำไทย
แต่ก็เป็นครูนาฏศิลป์ได้ ?
ตุ๊กกี้ : เป็นได้แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ชอบ เต้นกินรำกินในสมัยนั้น มันจะได้ไหมล่ะเงิน ข้าราชการเขาดีเบิกให้พ่อแม่ได้เขาพูด พอสุดท้ายแล้วไปเรียนเลย เพราะว่าไปทำความสะอาดบ้านพักครู เห็นรูปคุณครู เขารำภูไทเรณูต่อหน้าพระเจ้าอยู่หัวกับราชินี ภูพานราชนิเวศน์ทุกปี พี่ก็เลยเห็นแล้วตะลึง ได้รำต่อหน้าในหลวงด้วย ปรากฏว่านอกจากรำแล้วได้เบี้ยเลี้ยงด้วยนี่แหละได้เงิน พ่อบอกว่าใครหาเงินเข้าบ้านได้เยอะที่สุดชนะ พอจบปริญญาตรี วุฒิก็ยังไม่ได้ ไม่รู้จบหรือไม่จบ รุ่นพี่อยู่ภูเก็ตแฟนตาซีโทรมา ต้องการนักแสดง 12 คนไปภูเก็ตแฟนตาซี ไปขึ้นรถเลย เพราะว่าอยากทำงานเร็ว อยากหาเงินให้ได้ไวที่สุด ค่าครองชีพแพงก็จริง แต่เงินรายได้ก็เยอะเหมือนกัน ไปอยู่ 2 ปี ทั้งรำ ทั้งเต้น ทุกอย่าง ฟันดาบ เอาหมด เพราะว่าตำแหน่งการแสดงมันคือราคาของเงินเรา พี่ไปอยู่ 2 ปีเงินเดือนพี่พอ ๆ กับคนอยู่ 10 ปี อันนี้ประกาศสอบก็ไปแข่งหมด เอาทุกอย่าง ได้เบิดเพราะว่าพี่เรียนมา เขาเปิดรับทุกแขนง จบพาณิชย์ก็ไปทำงานที่นี่ได้ จบไหนก็ได้เขาเปิดรับหมดแต่ว่าเราจะได้เปรียบ 2 ปี ทีนี้คิดถึงแม่ แต่ว่าในระยะทางที่พี่ไปทำงานภูเก็ตแฟนตาซีกับช่วงเรียนพี่สมัครอยู่ 2 บริษัท พี่อยากทำงานที่เกี่ยวกับคอนเสิร์ต เพราะว่าพี่ไปเรียนสารคามแล้วคุณครูสอนพี่ ครูกบ พีรพงศ์ เสนไสย เขาจบจุฬามา เขาสอนเกี่ยวกับการแสดงบนเวที เราเลยรู้ว่า stage คืออะไร โปรดิวเซอร์คืออะไร ก็เลยอยากเป็นคนใส่หูฟังแล้วก็สั่งดารา คนนี้มีอำนาจ อยากมีอำนาจ ก็เลยสมัครแกรมมี่ แผนก stage และกำกับเวที ในขณะนั้นก็อยากทำงานรายการทีวี เพราะว่าเป็นแฟนคลับเวทีทอง แฟนคลับป๋ากิ๊กกับพี่หม่ำ ก็เลยสมัครเวิร์คพอยท์คู่กัน
คือแกรมมี่กับเวิร์คพอยท์เลย ?
ตุ๊กกี้ : คู่กันเลย เขียนจดหมายด้วยมือตัวเอง 4 ฉบับ อยากทำมาก เมื่อก่อนมันไม่มีอินเทอร์เน็ตนะ ไปอยู่ทำงานตั้งแต่ปี 45-47 งานวันเกิดปีนี้นั่น ฉันจะกลับไปกราบเท้าพ่อกับแม่ 2 ปีที่ฉันหายไป คิดถึงพ่อกับแม่มาก ก็นั่งรถจากภูเก็ตมา 13 ชั่วโมงขึ้นมาสายใต้ใหม่ ในขณะที่สายใต้ใหม่จะกลับอุดรฯ พร้อมเพื่อน เราจะต้องลงสายใต้ใหม่แล้วก็ต่อแท็กซี่ไปหมอชิด เพื่อนก็สอนอยู่กรมศิลป์ สนามหลวงเลิกประมาณ 17:00 น. ก็เลยถามเพื่อน เข้าไปในอินเทอร์เน็ต รับสมัครงาน เสิร์ชเข้าไปเลยเวิร์คพอยท์ แต่ว่ามันไม่ใช่กำกับเวทีนะ มันเป็นฝ่ายเสื้อผ้า คอสตูมคืออะไรเรายังงงอยู่ ฝ่ายเสื้อผ้าก็ฝ่ายเสื้อผ้าสิ อะไรคือคอส อะไรคือตูม ไปก่อนขอแค่เป็นเวิร์คพอยท์ กติกามารยาทการสมัครมีแค่ 5 ข้อ 1 จบปริญญาตรี 2 จบมาแล้ว 2 ปี 3 มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับโขน ละครฟ้อนรำ การแสดง 4 ภาค 4 การแต่งกายฟ้อนรำการแสดง 4 ภาคและดึกดำบรรพ์ 5 ประสบการณ์ 2 ปี คลิกเข้าไปเลยสมัครประมาณ 9:00 น. นี่แหละ 11:00 น. โทรมา ….สวัสดีค่ะ สะดวกมาสอบสัมภาษณ์ที่สะพานใหม่ไหมคะบริษัทเวิร์คพอยท์ค่ะ ตอนนี้เลยคะ ไปสอบสัมภาษณ์ ในร่างกายไม่มีอะไรเสื้อก็เสื้อภูเก็ตแฟนตาซี กางเกงก็กางเกงวอร์มยูนิฟอร์มของภูเก็ตแฟนตาซี แล้วก็กระเป๋า 1 ใบอัลบั้มรูป 2 อัลบั้ม ให้พ่อกับแม่ดูว่าหายไป 2 ปีไปทำอะไรมาบ้าง พอเข้าไปนั่งอยู่ 4 คนเลย
ขอให้ทำอะไร ?
ตุ๊กกี้ : ผู้บริหารเขาก็ถามว่านี่ชุดเหรอ เพราะว่าทุกคนมาเขาใส่ชุดข้าราชการ ไปสมัครงานเธอต้องใส่ตัวแบบเสื้อเชิ้ต กระโปรง เราใส่เสื้อยืด กางเกงวอร์ม รองเท้าคอนเวิร์สสีขาว เขาถามไม่มี portfolio เหรอ คืออะไรคะ ก็เราไม่รู้เราผิดอะไร พี่ก็เลยว่าอะไรคะ เขาถามไม่มีอะไรมาโชว์เหรอ มีค่ะอัลบั้มรูป ตั้งแต่เขาเปิดดูนะ เปิดจน 1 ชั่วโมงผ่านไป ไม่ถามอะไรเลย คิดในใจแล้วว่ามันไม่ใช่ทางของเราแล้วมั้ง ต้องกลับไปที่นู่นรึเปล่าหรือยังไง เปิดจนหมด 2 อัลบั้มรุมกันดู พี่เลยแทรกเข้าไปว่า พี่คะไม่ถามอะไรหนูเหรอคะ เขาก็เลยถามว่านอนดึกได้ไหม ก็บอกเลยว่าได้ค่ะ ตอบได้ไปก่อน ตื่นเช้าได้ไหม ได้ค่ะ หอพักอยู่ใกล้ไกลได้สะดวกเลยใช่ไหมเวลาเราเรียกให้มาทำงานด่วน ได้หมดค่ะ โอเคทำงานเลยพรุ่งนี้ จนได้ถามว่าวันนั้นทำไมไม่ถามหนู บริษัทเวิร์คพอยท์พึ่งพาพนักงานดีเด่นไปเที่ยวภูเก็ต เขาเลยตะลึงกับความทรงจำของเขา พอเขามาเห็นรูปยืนยันก็เลยได้เป็นคอสตูม ที่ 5 ข้อบอกไปตอนนั้นรับมาเพื่อรายการคุณพระช่วย ถ้าคนถามพี่ตุ๊กกี้อยู่เวิร์คพอยท์มากี่ปีแล้วให้ดูรายการคุณพระช่วย นั่นล่ะ 22 ปี
ทำไมถึงได้ออกรายการชิงร้อยชิงล้าน ?
ตุ๊กกี้ : เป็นคอสตูมประจำทุกรายการ แต่ว่ารายการที่รับผิดชอบคือคุณพระช่วย แต่ว่าคอสตูมแผนกนี้คนมันน้อยแล้วรายการเยอะ ก็ต้องโยกกันไป ทำไมถึงได้มาเล่น พี่ก็เป็นคนพูดเก่ง พูดกับทุกคน เป็นคนอัธยาศัยดี โดยเฉพาะคนอีสานนี่เห็นไม่ได้เลย แล้วที่นี้ปรากฏว่าแก๊ง 3 ช่าด้วยความที่ประวัติเขาเจ้าชู้ ไม่รู้ใช่ไม่ใช่ เขาลือมา ภรรยาเขาก็เลยออกกฎกติกาว่า ถ้าจะมีบทกอด บทจูบจะต้องเอาผู้หญิงที่ฉันอนุญาตเท่านั้น
ผู้หญิงคนนั้นคือ ?
ตุ๊กกี้ : พี่ถ้าเป็นพี่โหน่งก็จะเป็นน้องอุ๊บอิ๊บ ถ้าเป็นพี่เท่งก็จะเป็นน้องคนนั้นน้องคนนี้ ถ้าเป็นพี่หม่ำคือเชอร์รี่สามโคก วันนั้นต้องมาเล่นเป็นหมอนวด แต่ไม่รับโทรศัพท์ เป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่รับโทรศัพท์เลย พี่หม่ำก็เลยถามทีมงาน ว่าเอาใครมาเล่นที่ไม่ต้องซ้อม ที่แบบกล้า ๆ แต่ก่อนจะเป็นพี่เป็นเพื่อนพี่ซื่อกลอยใจ เป็น Stage แล้วพี่หม่ำก็จะเล่นกับกลอย ถ้ากลอยมาเล่นภรรยาเขาจะไม่หึง กลอยก็เลยบอกว่าหนูไม่อยากเล่น เป็นคนหน้าบูดอยากทำแต่งานไม่อยากทำอาชีพเสริม ไม่เอาไปเอาเพื่อนหนูเลย พี่เท่งเขานึกออกว่ามีคอสตูมคนหนึ่ง คอสตูมมาใหม่ชื่อตุ๊กกี้มันพูดเก่งมาก เอามันมาเล่น มันจบนาฏศิลป์ มันไม่กลัวกล้อง พี่หม่ำก็เลยเรียกมา อันหนึ่งที่พี่หม่ำติดตราตรึงใจมากคือให้ลองหน้าบูดดู พี่หม่ำบอกเอาหน้านี้เลย ไม่ต้องพูดอะไรเลยตุ๊กกี้ เดี๋ยวจะอำตุ๊กกี้เอง มันก็เลยมีคำว่าเต่าตนุ หมาใน ไฮยีนา อีปลวก อีหนอน นี่แหละที่มาที่ไป ทุกสิ่งทุกอย่างและเป็นผู้ถูกกระทำ สุดท้ายแล้วถ้ายุคสมัยนี้ไม่มีคำว่าบูลลี่นะเกิดหลายคน เพราะว่าสุดท้ายแล้วคำว่าหยอกเอิน พี่กับพี่โหน่งถูกหยอกจนดัง พี่โหน่งถูกน้ำแดง ถูกดินสอพองจนดัง ตุ๊กกี้ถูกถีบ ถูกอำจนดัง เพราะสุดท้ายแล้วเจตนาเขาไม่ได้มีเจตนาบูลลี่อะไร หลังบ้านเขาก็อภัยให้กัน
มันตราตรึงมากก็เลยทำให้คิดว่าพี่ตุ๊กกี้จะออกมาในลุคอะไร ?
ตุ๊กกี้ : แต่ก็มีปัญหานะช่วงออกมาจนคนติดลม มีปัญหา เพราะว่าพี่ไม่ได้เป็นตุ๊กกี้ชิงร้อยฯ เต็มตัวนะ พี่เป็นพนักงานประจำเขา เพราะฉะนั้นแรงคาบเกี่ยวระหว่างเล่นประจำกับงานประจำมันตีกัน ตุ๊กกี้มัวแต่ไปเล่นไม่มารีดผ้าช่วยเลย ก็เลยไปลาออกจากการแสดง หนูแบบว่าเรากินเงินเดือนเขา อันไหนที่มันเลี้ยงดูครอบครัวเราคือเงินเดือนถูกต้องไหม เราจะต้องดูแลเขาให้ดี ๆ งานประจำมันดีที่สุด ใครจะรู้ว่าเราจะได้มาเป็นตุ๊กกี้ทุกวันนี้ พี่ก็ต้องเอาเงินประจำพี่ก่อน ไปลาออกจากการแสดง ก็บอกเลยว่าไม่ต้องเขียนบทให้ พอไม่เขียนให้แล้วจดหมายก็มาว่าหายไปไหน จะไม่ดูชิงร้อยแล้วมันหายไปไหน เอามันกลับคืนมา พอจดหมายมาเยอะทีมงานก็เลยไปบอกผู้ใหญ่ว่าเอามันกลับมาเถอะ พี่ก็เลยได้กลับมา สุดท้ายผู้ใหญ่เลยตัดสินเลยว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน ก็เลิกทำงานรีดผ้า เลิกทำเสื้อผ้า มาเป็นตุ๊กกี้ใช้นามสกุลชิงร้อย ที่มาที่ไปฝ่าฟันอยู่นะ
รู้สึกกดดันไหมในช่วงนั้น ?
ตุ๊กกี้ : แรก ๆ พี่ไม่กดดัน แต่ว่าพอเริ่มมีคำว่า YouTube พอเริ่มมีคำว่าแป้นพิมพ์ พอเริ่มมีคำว่าคอมเมนต์ พี่เคยเสียหลักขาหักมาประมาณเกือบ 3 เดือน ‘รำคาญเสียงหัวเราะ’ ‘เสียงดังมากเลยรำคาญเอามันออกไปซิรำคาญ’ ย้อนกลับไปดูช่วงนั้นพี่เล่นชิงร้อยพี่จะปิดปากหัวเราะ กลัวเขาด่า ปิดปากหัวเราะจนทีมงานเขารู้สึกว่า ตัดมาเทปนี้ทำไมมันดูอะไรหายไปก็ไม่รู้ เขาก็วิเคราะห์กันสุดท้ายคือตุ๊กกี้ไม่หัวเราะ เสียงหัวเราะตุ๊กกี้หายไป ก็เลยเอามานั่งคุย เอ๊กซ์เพื่อนพี่ก็เลยเอามานั่งคุยว่า ต้องตั้งสติให้ดี ๆ ทำไมเลือกที่จะอ่านคอมเมนต์ที่วิจารณ์แค่ไม่เท่าไหร่แต่คนหัวเราะตาม รู้จักเชียร์ลีดเดอร์ไหมคนที่เป็นลีดให้คนกรี๊ดตามตุ๊กกี้คือตรงนั้น เพราะตุ๊กกี้ไม่ขำคนในสตูเขาไม่รู้หรอกว่าการอัดรายการในสตูดิโอมันมีคนดูนะ ถ้าตุ๊กกี้ไม่เริ่มขำคนในสตูดิโอที่นั่งบนสแตนด์เขาก็ไม่ขำ ตุ๊กกี้เป็นลีดไงนี่คือตำแหน่งตุ๊กกี้ สุดท้ายก็เลยเข้าใจทีมงาน ตัดสินใจหัวเราะตั้งแต่วันนั้นมา สุดท้ายพี่ก็เลยมาบอกตัวเองว่า ในบางเรื่องถ้าคอมเมนต์ไหนเราควรอ่านนะไม่ใช่เราไม่ควรละเลย มันมี 2 คอมเมนต์ คอมเมนต์ 1 คือติเพื่อก่อ ถ้าติเพื่อก่อเราปฏิบัติตาม นี่คือติเพื่อก่อ รับฟังรับรู้แก้ไขปัญหาตาม แต่ 2 ติเพราะอคติ เราไม่อ่าน เราไม่ดูแล้วแต่เขา สุดท้ายแล้วหน้าที่ดีของเราคือทำตรงนี้ให้ดีที่สุด
ความประทับใจในรายการชิงร้อยฯ ?
ตุ๊กกี้ : พี่เป็นคนโชคดีมากตั้งแต่อายุ 25 มา 1 คือมาเจอบริษัทยิ่งใหญ่ที่พร้อมให้โอกาส คนเราเกิดมามีพรแสวง มีพรสวรรค์ มีโอกาส ถ้ารวมพร้อมกันมาในจังหวะเดียวกัน รับรองปังหมด ไม่ว่าจะพี่หรือใครก็ตาม แล้วสำคัญคือจังหวะพี่มาเจอเทพบุตรทั้ง 3 ท่าน เขาเป็นผู้ให้ที่ไม่สิ้นสุด แต่คนที่อยู่ใกล้จะรับมากน้อยเพียงไหนอยู่ที่ตัวเรา
อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







