ไวรัสนิปาห์ vs โควิด-19 : เปรียบเทียบความต่างของสองโรคระบาดสุดอันตราย

ไวรัสนิปาห์ vs โควิด-19 : เปรียบเทียบความต่างของสองโรคระบาดสุดอันตราย

ไวรัสนิปาห์ vs โควิด-19 : เปรียบเทียบความต่างของสองโรคระบาดสุดอันตราย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สรุปความแตกต่าง: ไวรัสนิปาห์ vs โควิด-19 สองภัยร้ายที่โลกต้องเฝ้าระวัง

ในยุคที่โรคติดต่ออุบัติใหม่กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว การทำความเข้าใจความแตกต่างของเชื้อไวรัสแต่ละชนิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะ ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus - NiV) ที่ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในไวรัสที่อันตรายที่สุด และ โคโรนาไวรัส (COVID-19) ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตคนทั้งโลกมาแล้ว แม้ทั้งคู่จะเป็นไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คนเหมือนกัน แต่พวกมันมีบุคลิกและ "พิษสง" ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ไวรัสนิปาห์ vs โควิด-19 สรุปความแตกต่างของสองโรคร้าย

1. พลังทำลายล้าง: อัตราการเสียชีวิตที่ต่างกันสุดขั้ว

ความแตกต่างที่น่ากลัวที่สุดคือ อัตราการเสียชีวิต

  • นิปาห์: ถือเป็น "มือเพชฌฆาต" ของวงการไวรัส เพราะมีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 40% - 75% หมายความว่าในผู้ป่วย 10 คน อาจมีผู้เสียชีวิตถึง 7 คน

  • โควิด-19: แม้จะดูน่ากลัว แต่อัตราเสียชีวิตเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1% - 3% เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการฉีดวัคซีน)

2. อาการและการโจมตีร่างกาย

ไวรัสทั้งสองชนิดมุ่งเป้าไปที่ระบบในร่างกายที่ต่างกัน:

  • ไวรัสนิปาห์ (โจมตีสมอง): ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง และเข้าสู่ภาวะ "สมองอักเสบเฉียบพลัน" อาจมีอาการชัก ซึม จนถึงขั้นโคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง

  • โควิด-19 (โจมตีระบบหายใจ): เน้นไปที่ทางเดินหายใจ มีอาการไอ เจ็บคอ ปอดอักเสบ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนในระบบอื่นๆ แต่ส่วนน้อยที่จะลามไปถึงสมองในลักษณะเฉียบพลันเหมือนนิปาห์

3. การแพร่กระจาย

  • โควิด-19 (แพร่ง่ายเหมือนหวัด): ติดต่อผ่านละอองฝอยและอากาศ (Airborne) ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะคนทั่วไปสามารถแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีอาการ

  • นิปาห์ (ติดยากแต่ตายจริง): การแพร่จากคนสู่คนยังทำได้ยากกว่า โดยต้องสัมผัสสารคัดหลั่ง (เลือด ปัสสาวะ น้ำลาย) ของผู้ป่วยโดยตรง มักระบาดในวงแคบ เช่น ในครอบครัวหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย

4. ต้นตอและพาหะ

ทั้งคู่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ป่า แต่มีตัวกลางต่างกัน:

  • นิปาห์: พาหะหลักคือ ค้างคาวผลไม้ โดยเชื้อปนเปื้อนในมูลหรือน้ำลายที่ติดอยู่ตามผลไม้ หรือแพร่สู่ หมู แล้วจึงมาติดคน

  • โควิด-19: สันนิษฐานว่ามาจากค้างคาวเช่นกัน แต่อาจมีสัตว์ตัวกลางอื่นๆ (เช่น ตัวนิ่ม) ก่อนจะพัฒนาจนแพร่จากคนสู่คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. วัคซีนและยารักษา

  • โควิด-19: ปัจจุบันเรามีวัคซีนหลายชนิดและยาต้านไวรัสที่จำเพาะเจาะจง ทำให้ความรุนแรงของโรคลดลงอย่างมาก

  • นิปาห์: ยังไม่มีวัคซีน ที่ได้รับรองให้ใช้ในมนุษย์ และยังไม่มีรักษาที่เฉพาะเจาะจง การรักษาทำได้เพียงประคับประคองตามอาการเท่านั้น

สรุปภาพรวม (ตารางเปรียบเทียบ)

ประเด็น ไวรัสนิปาห์ (NiV) โคโรนาไวรัส (COVID-19)
อัตราเสียชีวิต 40-75% ~1% หรือต่ำกว่า
อาการหลัก สมองอักเสบเฉียบพลัน (encephalitis) ทางเดินหายใจ (ปอดอักเสบ)
การแพร่จากคนสู่คน ยาก ต้องสัมผัสใกล้ชิดสารคัดหลั่ง ง่ายมาก
พาหะหลัก ค้างคาวผลไม้ ค้างคาว 
วัคซีน/ยารักษา ยังไม่มีในปัจจุบัน มีหลายชนิด ใช้กันแพร่หลาย
ศักยภาพระบาดใหญ่ ระบาดจำกัด (ในปัจจุบัน) ระบาดใหญ่ทั่วโลก

บทสรุป

แม้ไวรัสนิปาห์จะมีอัตราการตายที่สูงจนน่าตกใจเมื่อเทียบกับโควิด-19 แต่ความน่ากลัวนี้ถูกจำกัดไว้ด้วย "ช่องทางการแพร่เชื้อ" ที่ทำได้ยากกว่ามาก เพราะไวรัสนิปาห์เน้นการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งโดยตรง ไม่ได้กระจายผ่านทางอากาศได้ง่ายดายเหมือนโควิด-19 การติดต่อจากคนสู่คนจึงมักจำกัดอยู่ในวงแคบ เช่น สมาชิกในครอบครัว หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยอาการหนักในขั้นตอนที่เสี่ยงต่อการฟุ้งกระจายของเชื้อเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. WOAH - องค์การอนามัยสัตว์โลก
  2. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  3. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  4. Mahidol Channel
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล