แยกประเภท "ข้าวต้ม" อย่างไร? แบบไหนเรียก "เครื่อง-กุ๊ย"
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1973/9867238/def.jpgแยกประเภท "ข้าวต้ม" อย่างไร? แบบไหนเรียก "เครื่อง-กุ๊ย"

แยกประเภท "ข้าวต้ม" อย่างไร? แบบไหนเรียก "เครื่อง-กุ๊ย"

แชร์เรื่องนี้

รู้หรือไม่ "ข้าวต้ม" แยกประเภทกันอย่างไร? แบบไหนเรียกเครื่อง แบบไหนเรียกกุ๊ย

"ข้าวต้ม" เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ในยุคราชวงศ์โจว (1,000 ปี ก่อนคริสตกาล) มีบันทึกว่าการต้มข้าวกับน้ำเพื่อใช้เป็นอาหาร โดยในยุคแรกเริ่มมักทำเพื่อถนอมอาหารหรือยืดปริมาณข้าวให้กินได้หลายคนในยามข้าวยากหมากแพง ประกอบกับความเชื่อของคนจีนโบราณถือว่าข้าวต้มเป็นอาหารที่บำรุงกำลัง ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้ป่วย

กระทั่ง "ข้าวต้ม" ได้เดินทางเข้ามาในไทย พร้อมกับชาวจีนที่อพยพเข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานในสมัยกรุงศรีอยุธยา และถูกยกระดับมาเป็นข้าวต้มทรงเครื่องในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จนกลายมาเป็น "ข้าวต้มสามกษัตริย์" ที่รวมวัตถุดิบทะเล อย่าง ปลาทู, กุ้ และปลาหมึก ไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นข้าวต้มเครื่อง มาจนถึงปัจจุบัน และรู้หรือไม่ว่า ข้าวต้ม ในหมวดอาหารคาวที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มีกี่ประเภท แล้วแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

1. ข้าวต้มเครื่อง (Savory Rice Soup)

นี่คือข้าวต้มสไตล์ "One Dish Meal" หรืออาหารจานเดียวที่ปรุงจบในชาม

  • ลักษณะเด่น: เป็นการนำข้าวสวยหรือข้าวสารมาต้มกับ "น้ำซุป" จนข้าวเริ่มบานแต่นุ่ม (ยังเห็นเป็นเม็ดสวย ไม่เละ) จากนั้นใส่เนื้อสัตว์และเครื่องปรุงลงไปพร้อมเสิร์ฟ

  • รสชาติ: มีรสชาติในตัวจากน้ำซุปที่เคี่ยวมาอย่างดี (เช่น ซุปกระดูกหมู, ซุปปลา) มักโรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย กระเทียมเจียว และพริกไทย

  • วิธีกิน: ตักทานได้เลย ปรุงเพิ่มแค่พริกน้ำส้มหรือพริกป่นตามชอบ

  • เมนูยอดฮิต: ข้าวต้มหมูสับ, ข้าวต้มปลากะพง, ข้าวต้มกุ้ง, ข้าวต้มรวมมิตรทะเล

จุดสังเกต: ถ้าเห็นในชามมีน้ำซุปใสๆ มีเนื้อสัตว์ลอยอยู่ และกินเดี่ยวๆ ได้เลย นั่นคือ "ข้าวต้มเครื่อง"

2. ข้าวต้มกุ๊ย (Plain Rice Porridge with Side Dishes)

นี่คือข้าวต้มสไตล์ "กับข้าว" ที่ต้องล้อมวงกินกันหลายคน หรือกินคู่กับกับข้าวหลากหลายอย่าง

  • ลักษณะเด่น: เป็นการต้มข้าวเจ้าเปล่าๆ กับน้ำเปล่าจนเม็ดข้าวบานมาก และน้ำต้มข้าวมีความข้นเหนียวเป็น "ยางข้าว"

    • บางร้านอาจใส่ ใบเตย ให้หอม หรือใส่ เผือก/มันเทศ เพื่อเพิ่มรสสัมผัส

  • รสชาติ: ตัวข้าวต้มจะ "จืดสนิท" (อาจมีความหอมของข้าวใหม่) หน้าที่ของมันคือเอาไว้ทานตัดรสเค็ม เผ็ด หรือมัน ของกับข้าว

  • วิธีกิน: ต้องสั่ง "กับข้าว" มาทานคู่กัน ใช้ตะเกียบคีบกับข้าวแล้วซดข้าวต้มตาม (คำว่า "กุ๊ย" มาจากกิริยาการพุ้ยข้าวเข้าปากด้วยตะเกียบ)

  • เมนูยอดฮิต (กับข้าว): ผัดผักบุ้งไฟแดง, ยำไข่เค็ม, ยำกุนเชียง, หมูสับผัดหนำเลี้ยบ, ไชโป๊ผัดไข่, ยำเกี่ยมฉ่าย

จุดสังเกต: ถ้าข้าวมาในถ้วยเล็กๆ สีขาวขุ่นๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ และต้องสั่งกับข้าวมาวางเต็มโต๊ะ นั่นคือ "ข้าวต้มกุ๊ย"

ข้าวต้มเครื่อง vs ข้าวต้มกุ๊ย

หัวข้อเปรียบเทียบ ข้าวต้มเครื่อง (ทรงเครื่อง) ข้าวต้มกุ๊ย (ข้าวต้มพุ้ย)
ตัวข้าว เม็ดข้าวนุ่ม น้ำซุปใส เม็ดข้าวบาน มียางข้นหนืด
รสชาติหลัก กลมกล่อม ปรุงมาแล้ว จืด (ต้องกินกับกับข้าว)
สไตล์การกิน อาหารจานเดียว (Single Dish) กับข้าว (Side Dishes)
เวลาที่นิยม มื้อเช้า / อาหารคนป่วย / แฮงค์ มื้อค่ำ / มื้อดึก (โต้รุ่ง)

แล้ว "ข้าวต้มแห้ง" คืออะไร?

ข้าวต้มแห้ง คือลูกพี่ลูกน้องของข้าวต้มเครื่อง วิธีทำคือเอาเครื่องแน่นๆ ของข้าวต้ม (หมูบะเต็ง, เครื่องใน, กระดูกหมู) มาโปะบนข้าวสวยที่ลวกน้ำซุปพอขลุกขลิก ปรุงรสจัดจ้าน แล้วแยกน้ำซุปใส่ถ้วยมาให้ซดต่างหาก