วิธีเอาตัวรอดเมื่อ "ลิฟต์ค้างตอนไฟดับ" ผู้เชี่ยวชาญบอกเอง ทำตามนี้ปลอดภัยมีอากาศ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1973/9867062/554998.jpgวิธีเอาตัวรอดเมื่อ "ลิฟต์ค้างตอนไฟดับ" ผู้เชี่ยวชาญบอกเอง ทำตามนี้ปลอดภัยมีอากาศ

วิธีเอาตัวรอดเมื่อ "ลิฟต์ค้างตอนไฟดับ" ผู้เชี่ยวชาญบอกเอง ทำตามนี้ปลอดภัยมีอากาศ

แชร์เรื่องนี้

วิธีเอาตัวรอดเมื่อ "ลิฟต์ค้างตอนไฟดับ" ทำตามนี้มีอากาศหายใจแน่นอน

เหตุการณ์ ลิฟต์ค้าง ในสภาวะปกติก็น่าตกใจแล้ว แต่หากเกิดขึ้นพร้อมกับ "ไฟดับ" ความมืดและความกังวลเรื่องอากาศหายใจจะยิ่งทวีคูณ ความเข้าใจผิดหลายอย่างอาจนำไปสู่อันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้เราได้รวบรวม 4 ขั้นตอนสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการเอาตัวรอดในสถานการณ์วิกฤตที่ไฟฟ้าสำรองมีจำกัด

1. กดปุ่มฉุกเฉิน "ครั้งเดียว" พอ! อย่ากดย้ำรัวๆ

เมื่อไฟดับ ลิฟต์จะตัดเข้าสู่ระบบไฟฟ้าสำรอง (Emergency Battery) ซึ่งมีพลังงานจำกัด หน้าที่หลักของแบตเตอรี่นี้คือเลี้ยงระบบไฟส่องสว่าง พัดลมระบายอากาศ และระบบสื่อสาร การกดปุ่มฉุกเฉินรัวๆ ด้วยความตกใจ จะเป็นการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่สำรองไปใช้อย่างรวดเร็ว

ผลเสียคือ: หากแบตเตอรี่หมด พัดลมระบายอากาศจะหยุดทำงานทันที ไฟจะดับสนิท และจะทำให้คุณเริ่มหายใจลำบาก ดังนั้น ให้กดแจ้งเหตุเพียงครั้งเดียวให้สัญญาณดัง แล้วรอการตอบรับ เพื่อเซฟพลังงานไว้เลี้ยงระบบหมุนเวียนอากาศให้ได้นานที่สุด

2. ฟังเสียง "พัดลม" ก่อนหยิบโทรศัพท์

ก่อนจะรีบโทรหาใคร ให้ตั้งสติและเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้าง โดยเฉพาะเสียงของ "พัดลมระบายอากาศ"

  • ถ้าพัดลมยังทำงาน: แสดงว่าระบบระบายอากาศยังปกติ มีอากาศหมุนเวียนเข้ามาได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดอากาศหายใจ
  • ถ้าพัดลมเงียบสนิท: นี่คือสัญญาณเตือนว่าอากาศจะเริ่มถ่ายเทได้น้อยลง คุณต้องเข้าสู่โหมด "ประหยัดออกซิเจน" ทันที เตรียมตัวรับมือกับการใช้อากาศที่มีอยู่อย่างจำกัด

3. เปิด "ช่องอากาศลับ" ช่วยระบาย

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องปีนขึ้นเพดาน ซึ่งอันตรายมาก ความจริงแล้วลิฟต์ทุกตัวมีช่องอากาศธรรมชาติอยู่บริเวณ "รอยต่อประตู" หากรู้สึกว่าอากาศเริ่มไม่พอ ให้มองหาช่องเล็กๆ ตรงกลางระหว่างบานประตูลิฟต์

วิธีทำ: ใช้นิ้วมือ หรือบัตรแข็ง ค่อยๆ แหย่เข้าไปและง้างประตูออกเพียงเล็กน้อย ให้เกิดช่องว่างแค่นิดเดียวก็เพียงพอให้อากาศจากภายนอกไหลเข้ามาได้ (คำเตือน: ง้างเพียงเพื่อให้มีช่องอากาศเท่านั้น ห้ามพยายามงัดประตูจนเปิดกว้างหรือพาตัวออกไปเองเด็ดขาด เพราะลิฟต์อาจขยับได้)

4. เข้าโหมดประหยัดออกซิเจน หายใจสูตร 4-2-4

เมื่อมั่นใจว่าติดต่อขอความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว หรืออยู่ในระหว่างรอ สิ่งที่ต้องทำคือ "ห้ามตะโกน" และ "ขยับตัวให้น้อยที่สุด" ให้นั่งลงกับพื้นนิ่งๆ เพื่อลดการเผาผลาญออกซิเจนของร่างกาย และปรับการหายใจเพื่อลดความตื่นเต้นด้วยจังหวะ 4-2-4 ดังนี้

  • หายใจเข้า (4 วินาที): สูดลมหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ นับ 1-2-3-4
  • กลั้นหายใจ (2 วินาที): กักเก็บลมไว้ให้นิ่ง นับ 1-2
  • หายใจออก (4 วินาที): ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปาก นับ 1-2-3-4

การทำเช่นนี้จะช่วยรักษาระดับออกซิเจนในเลือด ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยให้ครองสติรอความช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยที่สุด