.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
การเลือกกินผลไม้ให้ถูกเวลามีผลต่อระบบย่อยอาหารอย่างมาก ล่าสุด ดร.อู๋ อิ้งหรง ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ได้ออกมาเตือนผู้ที่มีกระเพาะอาหารบอบบางว่า ควรหลีกเลี่ยงการทาน มะละกอดิบ, กีวี และสับปะรด ในขณะที่ ท้องว่าง โดยเด็ดขาด เพราะผลไม้เหล่านี้เปรียบเสมือน "ผงหมักเนื้อนุ่ม" ตามธรรมชาติ ที่อาจเข้าไปกัดเซาะผนังกระเพาะของคุณได้
ดร.อู๋ ได้แชร์ประสบการณ์เจ็บปวดของตัวเองผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจว่า เธอเคยเผลอกินยำมะละกอดิบเข้าไปหลายคำในขณะที่ท้องว่าง เพียงไม่นานหลังจากนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง ตามมาด้วยอาการเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เธอตระหนักว่า "ห้ามกินมะละกอดิบตอนท้องว่าง" เด็ดขาด เพราะฤทธิ์ของเอนไซม์นั้นรุนแรงกว่าที่คิด

เหตุผลที่ผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้ (มะละกอดิบ, กีวี, สับปะรด) เป็นอันตรายต่อท้องที่ว่างเปล่า เพราะพวกมันมี "เอนไซม์ย่อยโปรตีน" (Proteolytic Enzymes) อยู่ในปริมาณสูง ซึ่งปกติเรามักใช้ประโยชน์จากเอนไซม์เหล่านี้ในการหมักเนื้อสัตว์ให้นุ่ม แต่เมื่อเรากินมันตอน ท้องว่าง เอนไซม์เหล่านี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเมือกโปรตีนที่เคลือบผนังกระเพาะโดยตรง ทำให้เกิดการระคายเคือง แสบ และเจ็บปวดเหมือนโดนกัดเนื้อ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณมีกระเพาะอาหารที่ไวต่อการระคายเคือง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการกระเพาะอักเสบหรือมีแผลในกระเพาะอาหาร ควรงดเว้นผลไม้กลุ่มนี้ไปก่อนจนกว่าจะหายดี เพราะในหลักโภชนาการไม่มีอาหารที่ดีหรือแย่ที่สุด มีเพียงอาหารที่ "เหมาะสมกับร่างกายของคุณในขณะนั้น" หรือไม่เท่านั้นเอง
ขอขอบคุณ
ภาพ :iStockphoto