รู้จัก 'นิ่วในถุงน้ำดี' แท้จริงเกิดจากอะไร? บอกเลย "สายบุฟเฟต์" มีสะดุ้ง!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1970/9854674/1newnewnewnewnewnewnew-thumbn.jpgรู้จัก 'นิ่วในถุงน้ำดี' แท้จริงเกิดจากอะไร? บอกเลย "สายบุฟเฟต์" มีสะดุ้ง!

รู้จัก 'นิ่วในถุงน้ำดี' แท้จริงเกิดจากอะไร? บอกเลย "สายบุฟเฟต์" มีสะดุ้ง!

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

นิ่วในถุงน้ำดี โรคยอดฮิตจากคอเลสเตอรอลตัวร้าย สายบุฟเฟต์กินดุ อาหารไขมันสูง ระวัง จบที่ผ่าตัด!

นิ่วในถุงน้ำดีคืออะไรและเกิดจากอะไร

ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะเล็กใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บและปล่อยน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน เมื่อน้ำดีมีความไม่สมดุลของส่วนประกอบ เช่น คอเลสเตอรอลสูงหรือมีบิลิรูบินมาก ก็อาจตกตะกอนและก่อตัวเป็นนิ่วได้ ก้อนนิ่วอาจมีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าเม็ดทรายจนถึงขนาดใหญ่และอาจมีหลายก้อนในถุงน้ำดีเดียวกัน ซึ่งโรคนิ่วในถุงน้ำดีที่พบบ่อยที่สุดเกิดจากคอเลสเตอรอล สะท้อนจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีผลโดยตรง

ดังนั้นจึงเป็นโรคอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้หากไม่รีบรักษา คนไข้หลายรายเมื่อเป็นแล้วไม่พบแพย์มักเข้าใจว่าเป็นโรคกระเพาะจึงหายามารับประทานเอง กระทั่งอาการรุนแรงมารักษาก็เมื่ออาการหนักแล้ว 

ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมที่เพิ่มโอกาสเป็น

  • อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี
  • ภาวะอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน เพศหญิงมีความเสี่ยงสูงกว่า
  • ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทน
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
  • ชอบรับประทานบุฟเฟต์ อาหารไขมันสูง และไฟเบอร์ต่ำ
  • ผู้มีมีประวัติครอบครัวเป็นนิ่ว หรือมีโรคที่ทำให้มีบิลิรูบินเพิ่ม เช่น ภาวะโลหิตจางชนิดเรื้อรัง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องระวัง

อาการที่พบบ่อยเมื่อเกิดปัญหา

หลายคนมีนิ่วแต่ไม่แสดงอาการ (silent gallstones) หรืออาจเริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน, ท้องอืด ท้องเฟ้อ, อาหารไม่ย่อย แต่เมื่อก้อนนิ่วอุดท่อหรือทำให้ถุงน้ำดีอักเสบ จะมีอาการปวดแน่นบริเวณชายโครงขวาหรือกลางท้อง มักเริ่มหลังรับประทานอาหารมันและอาจร้าวไปที่ไหล่หรือด้านหลัง หากมีการติดเชื้อหรืออุดตันรุนแรง อาจมีไข้ ตัวหรือผิวหนังเหลือง และคลื่นไส้อาเจียน 

การตรวจวินิจฉัยที่แพทย์ใช้

การตรวจแบบมาตรฐานคืออัลตราซาวด์ช่องท้อง ซึ่งสามารถเห็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ชัดเจน แพทย์อาจสั่งตรวจเลือดเพื่อตรวจการทำงานของตับและสัญญาณการอักเสบ ในกรณีสงสัยนิ่วในท่อน้ำดีหรือภาวะแทรกซ้อน อาจใช้การตรวจเพิ่มเติมเช่น CT, MRI หรือการส่องกล้อง ERCP เพื่อประเมินและรักษา

แนวทางการรักษา

หากนิ่วไม่ก่ออาการ แพทย์มักแนะนำให้เฝ้าติดตามและปรับพฤติกรรม แต่ถ้ามีอาการปวดซ้ำหรือภาวะแทรกซ้อน มาตรฐานการรักษาที่ใช้บ่อยคือการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกโดยการส่องกล้อง (laparoscopic cholecystectomy) ซึ่งฟื้นตัวเร็วและลดโอกาสเกิดซ้ำ ในบางกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ อาจพิจารณายาละลายนิ่ว หรือการใช้วิธีสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก แต่มีข้อจำกัดและโอกาสกลับมาเกิดใหม่ได้

หากสงสัยควรทำอย่างไร

หากมีอาการปวดแน่นบริเวณชายโครงขวาหลังรับประทานอาหารมัน หรือมีอาการไข้ร่วมกับตัวเหลือง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวด์และตรวจเลือด การวินิจฉัยเร็วช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน หรือเยื่อบุช่องท้องติดเชื้อ

วิธีป้องกันสำหรับผู้ที่เริ่มเสี่ยง

การปรับพฤติกรรมเป็นหัวใจของการป้องกัน คือควบคุมและลดน้ำหนักอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือการลดน้ำหนักเร็วเกินไป รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและไขมันพอเหมาะ รวมถึงออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนี้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจสุขภาพเป็นระยะและปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ.

สรุป

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมักไม่มีอาการในระยะแรก แต่สามารถพัฒนาเป็นอาการปวดหรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้หากนิ่วอุดท่อ การตรวจอัลตราซาวด์เป็นวิธีที่ใช้บ่อยในการวินิจฉัย และการผ่าตัดส่องกล้องเป็นแนวทางรักษามาตรฐานสำหรับผู้ที่มีอาการ การปรับพฤติกรรมด้านอาหารและการออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง

  1. Mayo Clinic - Gallstones: Symptoms & causes
  2. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูลแนวทางและข่าวสาร)
  3. Mahidol University - คู่มือการพยาบาลและการรักษา (PDF)
  4. NHS Guideline - Cholecystectomy criteria