หนุ่มพรหมจรรย์ "ติดโรคทางเพศ" หมอบอกโอกาสมีน้อย แจ็กพอตเพราะแผลร้อนใน

หนุ่มพรหมจรรย์ "ติดโรคทางเพศ" หมอบอกโอกาสมีน้อย แจ็กพอตเพราะแผลร้อนใน

หนุ่มพรหมจรรย์ "ติดโรคทางเพศ" หมอบอกโอกาสมีน้อย แจ็กพอตเพราะแผลร้อนใน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายวัย 27 ปี ติดซิฟิลิสจากการจูบ ทั้งที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แพทย์ชี้โอกาสแม้น้อยแต่เกิดขึ้นได้

กรณี “ติดซิฟิลิสจากการจูบ” กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญ เมื่อชายวัย 27 ปีในเมืองจูโจว มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซิฟิลิส ทั้งที่ยืนยันว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน เหตุเกิดหลังไปคาราโอเกะกับเพื่อนและจูบหญิงสาว ขณะตัวเองมีแผลในปาก แพทย์ระบุว่าการติดเชื้อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากแผลเปิดในช่องปาก “มีโอกาสเกิดได้” แม้ไม่ใช่วิถีติดต่อที่พบได้บ่อย

เคสตัวอย่าง: แผลในปาก + การจูบ = ช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ชายหนุ่มเข้ารับการตรวจเพราะมีแผลริมฝีปากและผื่นแดงทั่วร่างกาย ก่อนพบผลเลือดชี้ชัดว่าเป็นซิฟิลิส เขาเล่าย้อนว่าไม่กี่เดือนก่อนมีการจูบกับหญิงสาวในงานสังสรรค์ และตอนนั้นมีแผลร้อนในอยู่พอดี แพทย์อธิบายว่า หากคู่สัมผัสมีเชื้อและทั้งสองฝ่ายมีแผลเปิดในช่องปาก เชื้อ Treponema pallidum อาจเข้าสู่ร่างกายได้ การรักษาเร็วช่วยลดภาวะแทรกซ้อนระยะยาวต่อหัวใจ หลอดเลือด และระบบประสาท

ซิฟิลิสติดต่ออย่างไร นอกจากการมีเพศสัมพันธ์

ซิฟิลิสจัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ แต่ก็แพร่ผ่านช่องทางอื่นได้เช่นกัน ได้แก่ การสัมผัสแผลซิฟิลิสโดยตรง การรับเชื้อผ่านเลือดที่ปนเปื้อน และการติดต่อจากแม่สู่ลูก แพทย์ย้ำว่า “การจูบ” โดยทั่วไปมีความเสี่ยงต่ำ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากมีแผลหรือรอยถลอกในช่องปาก และสัมผัสกับแผลหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยตรง การป้องกันที่ดีที่สุดคือเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดเมื่อมีแผลในปาก และตรวจคัดกรองเมื่อมีอาการน่าสงสัย

อาการและระยะของซิฟิลิส (สังเกตให้ไว รักษาให้เร็ว)

  • ระยะแรก: แผลแข็งไม่เจ็บ มักพบบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือริมฝีปาก แผลมักหายเองในไม่กี่สัปดาห์ แต่เชื้อยังคงอยู่
  • ระยะที่สอง: มีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย ต่อมน้ำเหลืองโต และผื่นทั่วตัว โดยเฉพาะฝ่ามือฝ่าเท้า อาการอาจหายเองได้
  • ระยะแฝง/ระยะที่สาม: เชื้อทำลายอวัยวะสำคัญ เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท อาจเกิดก้อนอักเสบในผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรืออวัยวะภายใน

ติดซิฟิลิสจากการจูบ: ทำอย่างไรให้ปลอดภัย

หากมีแผลร้อนใน แผลถลอก หรือเจ็บในช่องปาก ควรเลี่ยงการจูบและการใช้ของร่วมกับผู้อื่น จนกว่าแผลจะหายสนิท หากมีผื่นทั่วตัว แผลไม่ทราบสาเหตุ ต่อมน้ำเหลืองโต หรืออาการเข้าข่ายซิฟิลิส ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด เช่น RPR และยืนยันด้วยการทดสอบจำเพาะ TPPA การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะภายใต้การดูแลของแพทย์มีประสิทธิภาพสูง และช่วยลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

สรุป: “ติดซิฟิลิสจากการจูบ” แม้โอกาสน้อย แต่ป้องกันได้

กรณีนี้ย้ำเตือนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์เสมอไป “ติดซิฟิลิสจากการจูบ” สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีแผลเปิดและสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง การสังเกตอาการเร็ว เข้ารับการตรวจ และรักษาอย่างครบคอร์สคือกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยหยุดวงจรการแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล