สื่อดังจัด 10 อันดับเมืองอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025: "กรุงเทพฯ" เข้าป้ายอันดับที่ 2

สื่อดังจัด 10 อันดับเมืองอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025: "กรุงเทพฯ" เข้าป้ายอันดับที่ 2

สื่อดังจัด 10 อันดับเมืองอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025: "กรุงเทพฯ" เข้าป้ายอันดับที่ 2
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เว็บไซต์ timeout นำเสนอบทความ เมื่อสอบถามความคิดเห็นจากผู้คนหลายพันคนทั่วโลก เกี่ยวกับประสบการณ์การรับประทานอาหารในเมืองของพวกเขา เพื่อจัดอันดับ “เมืองหลวงแห่งอาหาร” ของโลกในปี 2025

เนื้อหาระบุว่า "เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เราได้เผยแพร่การจัดอันดับประจำปีของเมืองที่ดีที่สุดในโลก โดยอาศัยข้อมูลจากการสำรวจชาวเมืองในหลากหลายด้าน ทั้งความสุข ชีวิตกลางคืน ไปจนถึงความสะดวกในการเดินทางภายในเมือง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจสำคัญของเมืองที่ดี คือ “อาหาร” นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นอาหารริมทาง ร้านอาหารหรู ร้านอาหารครอบครัว หรือครัวร่วมสมัย การกินและดื่มคือรากฐานของวัฒนธรรมท้องถิ่น และมักเป็นเหตุผลหลักที่ผู้คนเลือกเดินทางไปเยือนเมืองต่างๆ

เพื่อค้นหาเมืองแห่งอาหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคปัจจุบัน เราได้ทำการสำรวจผู้คนหลายพันคนทั่วโลก ให้ประเมิน “ฉากอาหาร” ของเมืองตนเองตามเกณฑ์ 18 ประการ ตั้งแต่คุณภาพ ความคุ้มค่า ไปจนถึงบรรยากาศที่เหมาะกับครอบครัว หรือแนวทางที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์

แต่ละเมืองจะได้รับคะแนนจากสองส่วนหลัก ได้แก่ คะแนนด้านคุณภาพและความคุ้มค่า รวมกับผลประเมินจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารของ Time Out ซึ่งประกอบด้วยบรรณาธิการ นักวิจารณ์อาหาร และเชฟจาก Time Out Market โดยทั้งหมดได้ช่วยกันระบุว่า เมืองใดบ้างที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับการกินในตอนนี้ เพื่อให้รายชื่อสะท้อนความหลากหลายทั่วโลก เราจึงเลือกเพียง “เมืองคะแนนสูงสุด” จากแต่ละประเทศมาจัดอันดับสุดท้าย

imed

จากนั้น เราได้สอบถามนักเขียนสายอาหารจากเครือข่ายทั่วโลก ให้เล่าถึงเสน่ห์ของเมืองตนเอง ว่าเหตุใดจึงเป็นสถานที่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับคนรักการกินในปีนี้

และผลลัพธ์ที่ได้ก็ “อร่อย” สมชื่อ เพราะใน 20 เมืองเหล่านี้ คุณจะได้พบทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยผสมผสานกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ร้านอาหารริมทางเก่าแก่ไปจนถึงนีโอบิสโทรสุดเก๋ ร้านอาหารสายแพลนต์เบสไปจนถึงบาร์ค็อกเทลดีไซน์ล้ำ หรือเชฟรุ่นใหม่ที่กล้าเล่นกับรสชาติสากลควบคู่กับพิซซาแบบดั้งเดิมสุดสมบูรณ์แบบ

ดังนั้น หากคุณพร้อมจะออกเดินทางเพื่อลิ้มรสโลกแห่งอาหารแล้วล่ะก็... นี่คือรายชื่อ “10 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับอาหาร” ที่จะทำให้คุณอยากจองตั๋วเครื่องบินทันที!"

1. นิวออร์ลีนส์ (สหรัฐอเมริกา)
2. กรุงเทพมหานคร (ไทย)
3. เมเดยิน (โคลอมเบีย)
4. เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้)
5. มาดริด (สเปน)
6. เม็กซิโก ซิตี้ (เม็กซิโก)
7. ลากอส (ไนจีเรีย)
8. เซี่ยงไฮ้ (จีน)
9. ปารีส (ฝรั่งเศส)
10. จาการ์ตา (อินโดนีเซีย)
afp__20240209__34hz33g__v1__m
โดย timeout ระบุถึงเมืองหลวงของประเทศไทย ที่เข้าป้ายในอันดับที่ 2 ว่า .....

กรุงเทพฯ เมืองแห่งอาหารที่คุณสร้างประสบการณ์ได้เอง

สิ่งที่ทำให้อาหารของกรุงเทพฯยอดเยี่ยม ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมโดยรวม นั่นคือ “คุณสามารถทำให้มันเป็นอย่างที่คุณต้องการได้” ไม่ว่าจะเป็นมื้อหรูระดับเปลี่ยนชีวิต หรืออาหารจานละ 100 บาทใต้แสงไฟนีออน ก็อร่อยได้ทั้งนั้น

เคล็ดลับคือ เดินไปเรื่อยๆ ดูว่าร้านไหนคนแน่น น่ากิน แล้วก็สั่งมากินเลย ย่านเมืองเก่าและเยาวราชคือแหล่งรวมของกินขึ้นชื่อมาช้านาน แต่สุดท้ายแล้ว “ชามบะหมี่ที่ดีที่สุด” อาจเป็นชามที่รอคุณอยู่ตอนตีสองก็ได้

ถ้าจะกินแค่อย่างเดียว ต้องนี่เลย:

ส้มตำ อาหารยอดฮิตที่หากินได้ทั่วกรุง แต่ถ้าอยากลองของระดับตำนาน ต้องไปที่ร้านไห่ส้มตำคอนแวนต์ ที่เสิร์ฟส้มตำรสจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด ครบรส กินคู่ข้าวเหนียว ไก่ย่าง และเบียร์เย็นๆ คือที่สุดของความฟิน

เหตุผลที่ติดอันดับ:

จากผลสำรวจ พบว่า 86% ของชาวกรุงเทพฯ ให้คะแนน “ดี” หรือ “ยอดเยี่ยม” กับอาหารในเมืองของตนเอง และกรุงเทพฯ ยังได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทั่วโลกถึง 47% ส่งผลให้เมืองนี้ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 2 ของโลก

เมื่อถามว่าพวกเขาจะนิยามอาหารของกรุงเทพฯอย่างไร? เมืองที่ขึ้นชื่อระดับโลกเรื่องอาหารริมทาง คำตอบที่ได้มากที่สุดคือ “อร่อย” รองลงมาคือ “รวดเร็วและสะดวก” และ “หลากหลาย”

m

ส่วนเมืองอันดับที่ 1 อย่าง นิวออร์ลีนส์ นั้น timeout ระบุว่า "นิวออร์ลีนส์ คือเมืองที่อาหารคือจิตวิญญาณของผู้คน คือเมืองที่มีประวัติศาสตร์อาหารอันยาวนานและหลากหลาย ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมฝรั่งเศส สเปน เวียดนาม แอฟริกา และอีกมากมาย ความหลากหลายนั้นสะท้อนผ่านประสบการณ์การกินที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่ร้านหรูคลาสสิกอย่าง Antoine’s ไปจนถึงร้านแซนด์วิชท้องถิ่นชื่อดังอย่าง Parkway Bakery & Tavern ที่คนในพื้นที่รักนักหนา"

"นักกินสามารถลิ้มลองเมนูดั้งเดิมของหลุยเซียนาอย่าง กุ้งเครโอล (Shrimp Creole) จัมบาลายา (Jambalaya) หรือ ถั่วแดงกับข้าว (Red Beans and Rice) ได้ทั่วเมือง หรือจะลองร้านรุ่นใหม่ที่คว้ารางวัลมามากมาย ซึ่งนำรสชาติท้องถิ่นมาผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่น เช่น เซเนกัล (Dakar) เม็กซิกัน (Acamaya) และอินเดีย (Saffron) ก็ได้"

"นิวออร์ลีนส์ยังเฉลิมฉลองอาหารของตัวเองแทบทุกโอกาส ตั้งแต่งาน Jazz Fest ที่รวมอาหารไว้หลากหลาย ไปจนถึงเทศกาลประจำปีที่ยกย่องเมนูขึ้นชื่ออย่างหอยนางรม มะเขือเทศเครโอล และขนม Beignet เรียกได้ว่า “ทุกคนได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงนี้” อย่างแท้จริง"

ถ้าจะกินแค่อย่างเดียว ต้องนี่เลย กุ้งเครย์ฟิชต้ม ซึ่งเป็นเมนูสุดฮิตของเมือง (แต่จะมีเฉพาะในฤดูกาลเท่านั้น) หากไปช่วงอื่นของปี ให้ลองกัมโบ (Gumbo) ซุปเข้มข้นสไตล์หลุยเซียนา ที่ร้าน Liuzza’s by the Track ร้านเก่าแก่ประจำย่าน ที่เสิร์ฟรสชาติแบบต้นตำรับ"

เหตุผลที่ติดอันดับคือ มากถึง 93% ของชาวนิวออร์ลีนส์ให้คะแนนสูงกับร้านอาหารและวัฒนธรรมการกินของเมือง ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์สูงสุดอันดับ 3 จากทุกเมืองที่สำรวจ เมื่อรวมกับคะแนนโหวตจำนวนมากจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และคะแนนด้านความคุ้มค่าที่โดดเด่น จึงไม่แปลกที่ “The Big Easy” จะถูกจัดให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการกินนอกบ้านในปี 2025"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล