พบหลักฐานใหม่ ความเชื่อมโยงระหว่าง "กาแฟและโรคตับ" สรุปดื่มแล้วดีหรือร้าย?!

พบหลักฐานใหม่ ความเชื่อมโยงระหว่าง "กาแฟและโรคตับ" สรุปดื่มแล้วดีหรือร้าย?!

พบหลักฐานใหม่ ความเชื่อมโยงระหว่าง "กาแฟและโรคตับ" สรุปดื่มแล้วดีหรือร้าย?!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ค้นพบหลักฐานใหม่ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างกาแฟกับโรคตับ

 

ในการศึกษาใหม่ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Biochemical Pharmacology ได้ขยายผลให้เห็นว่า การดื่มกาแฟอย่างสม่ำเสมออาจมีบทบาทในการปกป้องและฟื้นฟูสุขภาพตับ ต่างจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่มักเป็นเพียงการเก็บสถิติ เช่น ผู้ที่ดื่มกาแฟมักมีอัตราเป็นโรคตับน้อยกว่า นักวิจัยครั้งนี้ก้าวไปอีกขั้นโดยระบุ กลไกระดับโมเลกุล ที่อธิบายว่ากาแฟส่งผลดีต่อตับอย่างไร

กาแฟกับกลไกปกป้องตับ

ผู้เขียนงานวิจัยระบุว่า กาแฟมีสารชีวเคมี (bioactive compounds) หลายชนิดที่ช่วยปกป้องตับผ่านอย่างน้อย 5 กลไก ได้แก่

  • ต้านอนุมูลอิสระ
  • ต้านการอักเสบ
  • ยับยั้งการเกิดพังผืด
  • ส่งเสริมการเผาผลาญ
  • ปรับสมดุลจุลชีววิทยาในลำไส้

ตัวอย่างสารสำคัญได้แก่ กรดคลอโรจินิก และ โพลีฟีนอล ซึ่งถูกวิจัยว่า ช่วยต้านการอักเสบ ปรับสมดุลเซลล์ตับ และลดความเครียดออกซิเดชันที่เป็นตัวการสำคัญในการทำลายเซลล์ตับ

ดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน ลดความเสี่ยงโรคตับ

การรวบรวมข้อมูลพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำประมาณ 2 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มเป็นโรคตับน้อยกว่า สำหรับผู้ป่วยตับอักเสบซีเรื้อรัง การดื่มกาแฟทุกวันสามารถชะลอการเกิดพังผืดและโรคตับแข็งได้ และอาจลดโอกาสเกิดมะเร็งเซลล์ตับ ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงของโรคตับ

นอกจากนี้ กาแฟอาจช่วยลดค่าตับ (AST, GGT, ALT) ในผู้ที่เป็นโรคตับจากแอลกอฮอล์ และในผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับ มีรายงานว่า การดื่มกาแฟประจำสามารถลดความเสี่ยงไขมันพอกตับลงได้ประมาณ 29% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่ม

ประโยชน์ไม่จำกัดแค่ตับ

นอกจากตับแล้ว กาแฟยังอาจให้ประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เพราะสุขภาพตับมักสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การดื่มกาแฟดำในปริมาณพอเหมาะอาจส่งผลเชิงบวกต่อหัวใจได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคหัวใจ หรือกำลังใช้ยาบางประเภท เช่น เบต้า-บล็อกเกอร์ หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรใช้ความระมัดระวัง

ข้อควรระวังในการดื่มกาแฟ

ปริมาณคาเฟอีนในปริมาณสูงเกินไปอาจส่งผลเสีย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่ากาแฟ 3–4 แก้ว) ถือว่ายังอยู่ในขอบเขตปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ความทนต่อคาเฟอีนแตกต่างกันในแต่ละบุคคล บางคนอาจเกิดอาการวิตก นอนไม่หลับ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือระบบทางเดินอาหารแปรปรวนได้แม้ดื่มในปริมาณต่ำ

ถ้าดื่มเกิน 5 แก้วต่อวัน อาจทำให้คอเลสเตอรอล “ตัวร้าย” (LDL) เพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของไขมันในเลือด

งานวิจัยล่าสุดได้นำเสนอหลักฐานในระดับโมเลกุลที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า กาแฟมีศักยภาพในการปกป้องและฟื้นฟูตับ หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ยังขึ้นกับปัจจัยอื่น เช่น พันธุกรรม ภาวะสุขภาพ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนั้น การดื่มกาแฟจึงไม่ใช่ “ยา” แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สุขภาพร่วมกับการเลือกอาหาร ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล