
จากเหตุการณ์สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่พนักงานที่ซาฟารีเวิลด์ สร้างความตื่นตระหนกให้หลายคน และย้ำเตือนว่าแม้จะอยู่ในสวนสัตว์ แต่ สิงโตยังคงเป็นสัตว์นักล่า ที่มีสัญชาตญาณป่าเต็มตัว
เพื่อความปลอดภัย เรามีคู่มือ 3 ส่วน ที่ทุกคนควรรู้ไว้
1. เทคนิคป้องกันเหตุการณ์จากสิงโต
ห้ามลงจากรถเด็ดขาด
กฎข้อแรกที่ทุกสวนสัตว์แนวซาฟารีเวิลด์เน้นย้ำ เพราะทันทีที่มนุษย์ออกจากรถ จะกลายเป็น “เหยื่อ” ในสายตาของสิงโต
หลีกเลี่ยงการยั่วยุ
ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามตะโกน หรือใช้แฟลชถ่ายรูป
การทำเสียงแปลก ๆ อาจทำให้สิงโตเข้าใจว่าเป็นการท้าทาย
เชื่อฟังเจ้าหน้าที่เสมอ
เจ้าหน้าที่มีประสบการณ์ตรงกับสัตว์ รู้จังหวะว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร
หากมีการประกาศแจ้งเตือน ควรปฏิบัติตามทันที
สังเกตพฤติกรรมสิงโต
หากเห็นสิงโตเดินวน ก้มตัวต่ำ หรือจ้องเขม็ง แปลว่าอยู่ในโหมดล่า ควรเพิ่มความระมัดระวัง
ห้ามเคลื่อนไหวเร็วหรือเปิดประตูรถในช่วงนี้
รักษาระยะห่างเสมอ
แม้จะมีการให้อาหารโชว์หรือกิจกรรมพิเศษ แต่ควรอยู่ในพื้นที่ที่สวนสัตว์จัดไว้ ไม่ควรยื่นมือหรือเข้าใกล้เกินไป
2. ถ้าโดนสิงโตจู่โจม ต้องทำอย่างไร
อย่าหนีทันที
สิงโตวิ่งได้เร็วกว่า (สูงสุดกว่า 80 กม./ชม.)
การวิ่งหนีจะกระตุ้น “สัญชาตญาณการล่า” ของมัน
พยายามยืนหยัด ไม่ล้ม
ทำตัวให้ดูใหญ่ขึ้น เช่น ยกแขน กางเสื้อคลุม
ส่งเสียงดังเพื่อข่มขู่ แสดงให้เห็นว่า “ไม่ใช่เหยื่อที่ง่าย”
หากถูกเข้าประชิด ให้ปกป้องอวัยวะสำคัญ
ใช้แขนป้องกันลำคอและใบหน้า
หากมีวัตถุอยู่ใกล้มือ (ไม้ หิน กิ่งไม้) ใช้ป้องกันหรือตีสวนเพื่อให้สิงโตถอย
เล็งที่จุดอ่อนไว้
ตา จมูก ปาก เป็นจุดที่สิงโตบอบบาง
หากถูกกัดจนหนีไม่ได้ ใช้แรงทั้งหมดโจมตีจุดเหล่านี้เพื่อหาทางหลบ
เรียกขอความช่วยเหลือทันที
ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่หรือคนรอบข้าง
ในซาฟารีหรือสวนสัตว์ มักมีอุปกรณ์ขับไล่และเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกมา
หมายเหตุสำคัญ
วิธีเหล่านี้เป็น “ทางเลือกสุดท้าย” หากป้องกันไม่ทัน
สิ่งที่ดีที่สุดคือ ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด และไม่ทำให้เกิดสถานการณ์เสี่ยง
3. วิธีช่วยเหลือเมื่อเห็นคนถูกสิงโตจู่โจม
สิ่งที่ควรทำ
แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์มีอุปกรณ์เฉพาะ เช่น สเปรย์ไล่, ไม้, ประทัดเสียงดัง, หรืออาวุธควบคุมสัตว์
ห้ามเข้าไปช่วยโดยตรงหากไม่มีการป้องกัน
ใช้เสียงหรือสิ่งของเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจสิงโต
การส่งเสียงดัง, ใช้แตรรถ, เคาะเหล็ก, หรือโยนวัตถุไปในทิศทางอื่น
จุดประสงค์คือให้สิงโตหันเหความสนใจออกจากผู้ถูกโจมตี
รักษาระยะห่าง
ห้ามพุ่งเข้าไปดึงคนออกมาโดยตรง เพราะสิงโตอาจมองว่าเป็นการท้าทายและหันมาทำร้ายเพิ่ม
ควรทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่มีเครื่องมือ
หากปลอดภัยพอ ให้ช่วยดึงผู้บาดเจ็บออกมาอย่างรวดเร็ว
เลือกจังหวะที่สิงโตถอยหรือถูกเบี่ยงเบนความสนใจ
เคลื่อนย้ายไปยังจุดปลอดภัยทันที
ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ห้ามปล่อยให้แผลเปิด เพราะน้ำลายสัตว์อาจมีเชื้อโรค → กดห้ามเลือดทันที
รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
สิ่งที่ “ไม่ควรทำ”
ห้ามใช้มือเปล่าเข้าไปสู้กับสิงโต
ห้ามวิ่งหนีออกไปคนเดียว (สิงโตอาจเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตี)
ห้ามตะโกนใกล้ผู้ถูกทำร้าย เพราะอาจทำให้สิงโตเข้าใจผิดและก้าวร้าวกว่าเดิม
สรุป: หากเห็นคนถูกสิงโตโจมตี สิ่งแรกคือ แจ้งเจ้าหน้าที่ และ เบี่ยงเบนความสนใจของสิงโต มากกว่าจะเข้าไปสู้ด้วยตัวเอง เพราะการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง อาจทำให้มีผู้บาดเจ็บเพิ่ม
สิงโตไม่ใช่สัตว์ดุร้ายโดยธรรมชาติ แต่เป็นสัตว์นักล่าที่มี สัญชาตญาณป้องกันตัวและล่าเหยื่อ การเคารพกฎ ความมีสติ และการไม่ประมาท คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
“การเข้าใกล้สัตว์ป่า คือการเข้าไปในอาณาเขตของพวกมัน” จึงควรระวังและให้เกียรติ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Lion attacks on humans in Tanzania — ศึกษาเหตุการณ์การโจมตีโดยสิงโตในชุมชนท้องถิ่น หลักปัจจัยของการโจมตี และแนวทางลดความเสี่ยง
Understanding the dynamics of lion attacks on humans and livestock in southern Maasailand, Kenya — ดูกรณีที่สิงโตโจมตีทั้งคนและสัตว์เลี้ยง และการป้องกัน เช่น การเฝ้าปศุสัตว์
How effective are interventions to reduce attacks on people by large carnivores — บทวิเคราะห์ถึงวิธีที่ใช้ลดความเสี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์นักล่าใหญ่ รวมถึงมาตรการความปลอดภัยและอุปกรณ์ไล่สัตว์
Perceptions of Risk From Man-Eating Lions in Tanzania — สำรวจว่าคนในพื้นที่เสี่ยงรับรู้ความเสี่ยงอย่างไร และสิ่งที่พวกเขาคิดว่าควรทำเพื่อป้องกัน
Your Safety in Mountain Lion Habitat — คู่มือแนะนำโดยอุทยาน (US) สำหรับเผชิญหน้ากับ “mountain lion” (ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใกล้เคียงในเชิงพฤติกรรมกับสิงโต) เช่น “อย่าวิ่ง”, “อย่าแสดงสถานะเป็นเหยื่อ”, และ “อย่าหลงกลให้สัตว์เข้ามาใกล้”