นายกฯปัดล็อบบี้สว.แก้รธน.ห่วงเกาหลีรบกัน

นายกฯปัดล็อบบี้สว.แก้รธน.ห่วงเกาหลีรบกัน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้มีการยุบสภา หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของคณะรัฐมนตรี ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาว่า ไม่ทราบเหตุผล ของนายสนธิ แต่ในหลักการนั้น รัฐบาลมีเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ในรัฐสภา จึงไม่สามารถที่จะควบคุมเสียง ในรัฐสภาได้ แต่ตนพร้อมที่จะรับผิดชอบ โดยจะพิจารณาจากผลการลงมติในภาพรวม ว่า รัฐบาลสามารถควบคุมเสียงข้างมาก หรือไม่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยอมรับ ได้มีการรับประทานอาหารกับสมาชิกวุฒิสภา เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้มีการาล็อบบี้ ให้ลงมติสนับสนุนร่างของคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่า ผลการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของคณะรัฐมนตรี ทั้งสองร่าง ว่าจะมีคะแนนที่ไม่เท่ากันด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ จะมีความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะไม่ทำให้เป็นปมปัญหาอีกต่อไป เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะช่วยลดปัญหาการบริหารงาน ปัญหาพรรคร่วมรัฐบาล และการ
เคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาได้ และมีความเป็นไปได้ ที่จะมีการยุบสภา ในต้นปีหน้า แต่ไม่สามารถกำหนดวันที่แน่นอนได้ แต่จะต้องไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวาย หรือ มีการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าหากการลงมติของรัฐสภา ไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ คปพร. ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้าน น่าจะเป็นที่พอใจ เพราะเป็นเรื่องที่กลุ่มพันธมิตรฯ เป็นกังวล

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง สถานการณ์ในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ว่า ต้องดูตามสถานการณ์ว่าจะบานปลายไปมากน้อยแค่ไหน และที่ผ่านมานั้น ทุกฝ่ายต่างพยายามช่วยให้เกิดการเจรจา และหลีกเลี่ยงความรุนแรงซึ่งหลายประเทศ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงประเทศมหาอำนาจ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งคงไม่ใช่เป็นการเข้าไปแทรกแซงสถานการณ์ แต่อย่างใด

ขณะที่ประเทศในอาเซียน ควรมีการประสานกันในหมู่ประเทศสมาชิก เพื่อแสดงท่าที ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากหากสถานการณ์บานปลาย ก็จะกระทบกับประเทศในภูมิภาคด้วย แต่คงยังไม่ถึงขั้น ที่จะมีการคว่ำบาตรแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในตลาดทุน และตลาดเงินของไทย แต่น่าจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ยกเว้นแต่สถานการณ์จะมีความยืดเยื้อ ซึ่งก็คงจะต้องมีการติด
ตามสถานการณ์ว่า จะส่งผลกระทบไปในทิศทางใดด้วย