รู้จัก “กริพเพน” เครื่องบินขับไล่สุดล้ำ กองทัพไทยใช้สู้รบจริงครั้งแรกของโลก
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1964/9821282/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpgรู้จัก “กริพเพน” เครื่องบินขับไล่สุดล้ำ กองทัพไทยใช้สู้รบจริงครั้งแรกของโลก

รู้จัก “กริพเพน” เครื่องบินขับไล่สุดล้ำ กองทัพไทยใช้สู้รบจริงครั้งแรกของโลก

แชร์เรื่องนี้

รู้จัก “กริพเพน” เครื่องบินขับไล่ไทย ใช้งานสู้รบจริงครั้งแรกของโลก

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 กองทัพอากาศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการนำ เครื่องบินขับไล่ JAS 39 Gripen หรือที่รู้จักในชื่อ "กริพเพน" ฉายาฉลามอันดามัน ออกปฏิบัติภารกิจโจมตีทางอากาศจริงเป็นครั้งแรกของโลก ยุทธบริเวณ “ภูมะเขือ” และ “ปราสาทตาเมือนธม” เพื่อตอบโต้และสกัดกั้นการใช้อาวุธวิถีโค้งของทหารกัมพูชาที่พยายามรุกรานแนวชายแดนไทย

ภารกิจสู้รบจริงของกริพเพน

กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำ และ เครื่องบินกริพเพนอีก 2 ลำ เข้าทำการโจมตีเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกระบุว่ามีการตั้งปืนใหญ่และอาวุธวิถีโค้งยิงเข้ามายังฝั่งไทย โดยภารกิจดำเนินไปอย่างแม่นยำและรวดเร็ว เป้าหมายถูกทำลายเรียบร้อย และเครื่องบินทั้งหมดกลับสู่ฐานได้อย่างปลอดภัย

นี่คือครั้งแรกที่กริพเพนถูกใช้ในภารกิจรบจริง พร้อมการปลดปล่อยอาวุธต่อเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากภารกิจในอดีต เช่น การลาดตระเวนทางอากาศในทะเลบอลติกโดยกองทัพอากาศสวีเดน หรือการเฝ้าระวังน่านฟ้าในลิเบีย ที่ไม่ได้มีการยิงอาวุธจริงในสถานการณ์รบ

 “กริพเพน” จุดเด่นทางเทคโนโลยี

1. Data Link T ระบบเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์

  • สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเครื่องบินรบด้วยกันเอง, ศูนย์บัญชาการภาคพื้น และกองทัพเรือไทยแบบเรียลไทม์

  • ทำให้สามารถแบ่งปันเป้าหมาย, ประเมินภัยคุกคาม, และวางแผนการโจมตีแบบประสานงานได้อย่างแม่นยำ

  • เป็นหัวใจของการพัฒนารูปแบบสงคราม “Network Centric Warfare” ในกองทัพอากาศไทย

2. เรดาร์ AESA (Active Electronically Scanned Array)

  • ติดตั้งเรดาร์ PS-05/A รุ่นปรับปรุง หรือเรดาร์ AESA รุ่นใหม่ในรุ่น E

  • ตรวจจับเป้าหมายได้ไกล สูงสุดกว่า 200 กิโลเมตร

  • ติดตามเป้าหมายได้หลายเป้าหมายพร้อมกัน ทั้งทางอากาศ ภาคพื้น และทะเล ในทุกสภาพอากาศ

  • โจมตีได้ก่อนที่เป้าหมายจะตรวจพบด้วยเทคโนโลยี Low Observable Tracking

3. รองรับขีปนาวุธ Meteor ยิงไกล

  • ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกล MBDA Meteor ยิงเป้าหมายได้ไกล กว่า 150 กิโลเมตร

  • มีความแม่นยำสูง พร้อมระบบเรดาร์ควบคุมตัวเองแบบ Active Radar Homing

4. ระบบ Avionics และ Cockpit ล้ำสมัย

  • แสดงผลแบบ Glass Cockpit ทั้งหน้าจอสัมผัสและระบบ HUD

  • ระบบอัตโนมัติสูง ช่วยให้นักบินมีภาระงานต่ำกว่าเครื่องบินขับไล่อื่น

  • ระบบช่วยตัดสินใจแบบ Real-Time Decision Support สำหรับการโจมตีและการป้องกันตัว

5. ต้นทุนการบินต่ำและดูแลง่าย

  • ค่าใช้จ่ายในการบินเพียง 160,000 บาท/ชั่วโมง เทียบกับ F-16 (270,000 บาท) และ SU-30 (400,000 บาท)

  • ใช้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นน้อยกว่า 50% เมื่อเทียบกับเครื่องบินตะวันตกทั่วไป

  • บำรุงรักษาง่าย ชิ้นส่วนอะไหล่น้อย ลดความซับซ้อนและลดเวลาในการนำกลับขึ้นบิน

6. รันเวย์สั้น ปฏิบัติการได้ทุกสนามบิน

  • ใช้รันเวย์ในการขึ้นเพียง 400 เมตร และร่อนลง 600 เมตร

  • รองรับการปฏิบัติการจากสนามบินขนาดเล็กหรือถนนในภาวะฉุกเฉิน

7. พัฒนาได้ - เปิดโอกาสให้ไทยต่อยอด

  • Saab อนุญาตให้ไทยพัฒนาต่อยอดระบบ Data Link และ Software เองได้

  • ถ่ายโอนเทคโนโลยีบางส่วน และให้ทุนการศึกษาแก่บุคลากรไทย

  • เสริมสร้างโอกาสด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในระยะยาว

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :กองทัพอากาศ