นายกฯเผยปรับครม.1ตน.ไม่เกี่ยวพรรคร่วม

นายกฯเผยปรับครม.1ตน.ไม่เกี่ยวพรรคร่วม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ในส่วนของตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เพียงตำแหน่งเดียว คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งให้มีการปรับ รวมถึงพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติพัฒนา จะให้รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ ก็ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากต้องรอมติของพรรคก่อน ซึ่งเบื้องต้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ไปทำความเข้าใจแล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำว่า หาก นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมนั้น ควรลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อเป็นบรรทัดฐานทางการเมือง ไม่ใช่บรรทัดฐานของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนจะให้ภรรยา หรือบุคคลใกล้ชิดลงเลือกตั้งแทนนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ก็จะไปทำความเข้าใจกับ ส.ส.ของพรรค หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาแก้ไขใน 2 ประเด็น พร้อมเสนอสภาเพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ทางพรรคจะกลับไปพิจารณา พร้อมยอมรับว่าสิ่งที่คณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองนั้น ส่วนตัวไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่ 2 ประเด็น ในเรื่องของมาตรา 190 การทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ และเรื่องของจำนวนสัดส่วนของ ส.ส.นั้น จะเป็นเรื่องที่พิจารณาได้


นายกรัฐมนตรี เผย อาจพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนครบกำหนด ขณะย้ำ 2 อดีตผู้ต้องหาคนเสื้อแดง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ผู้ต้องหากลุ่มคนเสื้อแดงในคดีความมั่นคงที่ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เข้าพบในวันนี้ว่า มีการสอบถามถึงรายละเอียดของคดี และการถูกควบคุมตัว ซึ่งตนย้ำว่าจะปฏิบัติตามระเบียบ หลังถูกปล่อยตัว เป็นความช่วยเหลือจากกองทุนกระทรวงยุติธรรม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ในขณะนี้ และตลอด 1 เดือน ที่ผ่านมาว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนครบกำหนดในครึ่งปีนี้ ส่วนข้อกังวลที่ให้มีการจับตาในช่วงเดือน ธ.ค. และเดือน ม.ค. เนื่องจากจะมีการนัดหมายชุมนุมของหลายกลุ่มนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด