"ผักริมรั้ว" ที่คนไทยคุ้นเคย สรรพคุณสารพัด แต่เมืองนอกจัดเป็น "วัชพืชอันตราย"

"ผักริมรั้ว" ที่คนไทยคุ้นเคย สรรพคุณสารพัด แต่เมืองนอกจัดเป็น "วัชพืชอันตราย"

"ผักริมรั้ว" ที่คนไทยคุ้นเคย สรรพคุณสารพัด แต่เมืองนอกจัดเป็น "วัชพืชอันตราย"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ผักริมรั้ว" ที่คนไทยคุ้นเคย เป็นอาหารและยาที่มีสรรพคุณสารพัด แต่เมืองนอกจัดเป็น "วัชพืชอันตราย" 

ตำลึง (Ivy gourd) ชื่อวิทยาศาสตร์ Coccinia grandis พืชที่คนไทยหลายคนรู้จักดี ลำต้นเลื้อยไต่กำแพง ดอกขาวทรงดาว ผลอ่อนมีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดเมื่อสุก หลายบ้านนิยมปลูกไว้ริมรั้ว เพราะทั้งใบ ยอด และผล นำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย

แต่รู้หรือไม่ว่าในต่างประเทศ ตำลึงชนิดนี้กลับถูกจัดเป็น “วัชพืชรุกราน” ที่สร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศอย่างรุนแรง

เถาตำลึง : วัชพืชต่างแดนที่โตวันโตคืน

ในพื้นที่เขตร้อน เช่น ฮาวาย เถาตำลึงเทศผลแดงได้กลายเป็นวัชพืชรุกรานที่สร้างปัญหาอย่างมาก ภายในวันเดียว มันสามารถยืดยาวได้ถึง 4 นิ้ว (ประมาณ 10 ซม.) เป็นเถาไม้เลื้อยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พันรัดต้นไม้อื่นและบดบังแสงแดดด้วยพุ่มใบที่หนาแน่น ระบบรากที่ลึกและเป็นหัวของมันกำจัดได้ยาก และไม่ตอบสนองต่อสารกำจัดวัชพืชทั่วไป

พืชชนิดนี้แพร่พันธุ์ได้ง่ายจากราก เศษลำต้น หรือกิ่งที่ปักชำ และนกสามารถพาเมล็ดไปแพร่ได้ไกลจากพื้นที่เพาะปลูก มันเติบโตได้ในดินแทบทุกประเภท แม้แต่ข้างถนนหรือพื้นที่รกร้างก็ยังเติบโตได้ สามารถเติบโตได้โดยไม่มีศัตรูธรรมชาติคอยควบคุม จึงกลายเป็นวัชพืชรุกรานในพื้นที่ที่ไม่ใช่ถิ่นกำเนิด ปัจจุบันมีการนำวิธีควบคุมทางชีวภาพจากแอฟริกาซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดเดิมเข้ามาใช้ในหมู่เกาะฮาวายเพื่อควบคุมพืชชนิดนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมตำลึงจึงกลายเป็นภัยคุกคามทางธรรมชาติในหลายประเทศ

สำหรับคนไทย ตำลึงคือสมุนไพรชั้นดี

แม้จะเป็นภัยในบางประเทศ แต่ในไทยตำลึงถือเป็น ผักพื้นบ้านมากสรรพคุณ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ 

  • ผลอ่อน : กรอบ อร่อย รสคล้ายแตงกวา ใช้ใส่แกงหรือซุป

  • ผลสุก : กินดิบหรือตุ๋นกับผักอื่นได้

  • ใบอ่อน-ยอดอ่อน : ลวก ต้ม ผัด

ต้มจืดตำลึงเต้าหู้หมูสับ

ประโยชน์ของตำลึง

10 ประโยชน์สุขภาพที่เป็นไปได้ของผักตำลึง

  1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การลดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการโรคเบาหวานและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

  • ผักตำลึงมีสารแอลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ ไตรเทอร์พีน และเบต้าแคโรทีน ที่ทำงานร่วมกันเพื่อลดน้ำตาลในเลือด

  • ใยอาหารในตำลึงช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคส ป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

  • งานวิจัยในสัตว์พบว่า เพกตินในตำลึงช่วยเพิ่มไกลโคเจนในตับ ซึ่งเก็บสะสมน้ำตาลไว้ และยังชะลอการทำงานของเอนไซม์ไกลโคเจนฟอสโฟรีเลสที่สลายไกลโคเจนเป็นกลูโคส จึงปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดน้อยลง

  1. ช่วยในการจัดการน้ำหนัก การควบคุมแคลอรี่อย่างเหมาะสมช่วยลดน้ำหนักได้

  • ตำลึงมีแคลอรีต่ำ

  • ใยอาหารในตำลึงช่วยให้รู้สึกอิ่ม ลดความอยากอาหาร และควบคุมปริมาณแคลอรีที่บริโภค

  1. คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ความเครียดจากออกซิเดชันทำลายเซลล์ โดยเฉพาะจากอนุมูลอิสระ ซึ่งนำไปสู่โรคต่าง ๆ เช่น การอักเสบ ความแก่ชรา และโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ

  • ตำลึงมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เนื่องจากมีไกลโคไซด์และฟลาโวนอยด์จำนวนมาก

  • สารเหล่านี้ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย

  • มีงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากผลตำลึงสามารถชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิดได้

  1. คุณสมบัติต้านการอักเสบ การอักเสบเรื้อรังเกี่ยวข้องกับโรคต่าง ๆ เช่น ข้ออักเสบ โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง

  • ตำลึงมีสารต้านการอักเสบจากธรรมชาติหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์ แทนนิน ซาโปนิน น้ำตาลรีดิวซ์ และไตรเทอร์พีนอยด์

  • มีหลักฐานว่าสารสกัดด้วยเมทานอล 60% จากผลตำลึง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแรงกว่ายาไดคลอฟีแนค (diclofenac)

  1. ส่งเสริมสุขภาพตับ การบริโภคตำลึงอาจช่วยฟื้นฟูความเสียหายของตับในระยะเริ่มต้น เช่น ตับไขมันระดับ 1

  • งานวิจัยในสัตว์พบว่าตำลึงช่วยปกป้องตับจากสารเคมีที่เป็นอันตราย

  • ส่งผลดีต่อระดับเอนไซม์ตับ บิลิรูบิน และสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมลดความเครียดจากออกซิเดชัน


    ใบและผลตำลึง

  1. ปกป้องสมองจากโรคอัลไซเมอร์ สารออกฤทธิ์ในตำลึงเชื่อว่าช่วยปกป้องระบบประสาท

  • มีข้อมูลว่าตำลึงอาจช่วยลดความรุนแรงและชะลอการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์

  • เอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส (acetylcholinesterase) เป็นเป้าหมายหลักในการรักษาโรคนี้

  • สารพฤกษเคมีในตำลึง เช่น β-ซิโตสเตอรอล เพกติน เรตินอล และทาราเซโรน มีความสามารถในการจับกับเอนไซม์นี้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. คุณสมบัติต้านแบคทีเรีย ตำลึงมีสารต้านแบคทีเรียจากฟลาโวนอยด์ ซาโปนิน แทนนิน และแอลคาลอยด์

  • การวิจัยแสดงว่าสารสกัดจากผลตำลึงสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคหลายชนิด

  • สนับสนุนการใช้ตำลึงในตำรับสมุนไพรเพื่อรักษาโรคติดเชื้อ

  1. กำจัดพยาธิ ตำลึงมีฤทธิ์กำจัดพยาธิ เช่น พยาธิตัวตืดและพยาธิไส้เดือน

  • งานวิจัยพบว่าตำลึงสามารถทำให้พยาธิเป็นอัมพาตและตายได้

  • การแพทย์แผนโบราณใช้ตำลึงเพื่อขจัดพยาธิมานาน

  1. บรรเทาอาการไอ ตำลึงมีฤทธิ์ต้านไอ

  • แพทย์แผนโบราณนิยมใช้ตำลึงบรรเทาอาการไอและช่วยให้ทางเดินหายใจสงบ

  • ผลตำลึงมีสารฟลาโวนอยด์ ซาโปนิน และแทนนิน ช่วยลดการกระตุ้นไอและบรรเทาอาการระคายเคืองทางเดินหายใจ

  1. ป้องกันอาการท้องผูก ตำลึงช่วยปรับระบบทางเดินอาหารให้ดีขึ้น

  • ใยอาหารในตำลึงช่วยเพิ่มกากในลำไส้และส่งเสริมการขับถ่ายเป็นประจำ ลดปัญหาท้องผูก

ตำลึงกับภูมิปัญญาไทยด้านสมุนไพร

ในแพทย์แผนไทย ตำลึงมีสรรพคุณทางยาหลากหลาย

  • ใบ – ดับพิษร้อน ถอนพิษ แก้แสบคัน เจ็บตา ตาแดง ป้องกันโลหิตจาง

  • ราก – แก้โรคตา รักษาอาการอักเสบ

  • เถา – ใช้ถอนพิษ แก้โรคตาเจ็บ

  • ทั้งต้น – แก้โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และลดน้ำตาลในเลือด

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล