แม่วัย 31 เดินออกทันที สัมภาษณ์งานให้เลือก "ลูกป่วยแต่มีประชุม" กูรูชี้ช่องต้องตอบแบบนี้!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1957/9785754/newnew-thumbnail1200x720(5).jpgแม่วัย 31 เดินออกทันที สัมภาษณ์งานให้เลือก "ลูกป่วยแต่มีประชุม" กูรูชี้ช่องต้องตอบแบบนี้!

แม่วัย 31 เดินออกทันที สัมภาษณ์งานให้เลือก "ลูกป่วยแต่มีประชุม" กูรูชี้ช่องต้องตอบแบบนี้!

แชร์เรื่องนี้

ดราม่าสัมภาษณ์งาน! เจอคำถาม “ลูกป่วยแต่ต้องประชุม” ผู้สมัครสาววัย 31 เดินออกทันที ชาวเน็ตเสียงแตก สะท้อนอคติในที่ทำงานยุคใหม่?

เมื่อเร็วๆ นี้ โซเชียลมีเดียในเวียดนามเกิดกระแสถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง จากเรื่องราวของหญิงวัย 31 ปีที่มีลูกแล้ว และเพิ่งไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ต้องเจอกับคำถามจากผู้สัมภาษณ์ที่ทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก และเลือกเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ทันที

โดยคำถามที่สร้างดราม่าครั้งนี้คือ “ถ้าลูกของคุณป่วย แต่บริษัทมีการประชุมสำคัญในวันนั้น คุณจะจัดการอย่างไร?” หญิงสาวเล่าว่า เธอเพียงแค่ก้มหน้าลาแล้วเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ พร้อมตั้งคำถามว่า “การมีลูกทำให้การหางานยากขนาดนี้เลยหรือ?”

หลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่ ความคิดเห็นในโลกออนไลน์ก็แตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน เห็นใจผู้สมัคร VS เข้าใจมุมมองบริษัท

โดยฝ่ายแรกมองว่าคำถามของผู้สัมภาษณ์นั้น “เกินเลย” และสะท้อนทัศนคติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้หญิงวัย 30+ ที่มีครอบครัวแล้ว หลายคนถึงกับบอกว่า “ถ้าไม่ต้องการรับคนมีครอบครัว ก็ควรเขียนไว้ในประกาศรับสมัครไปเลย จะได้ไม่เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย”

ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเชื่อว่านี่เป็นเพียง “คำถามจำลองสถานการณ์” เพื่อดูปฏิกิริยาและวิธีคิดของผู้สมัคร ไม่ได้เป็นการดูแคลนหรือกีดกันผู้หญิงที่มีลูกแต่อย่างใด “สิ่งที่บริษัทอยากรู้คือวิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่คำตอบตายตัวว่าเลือกอะไร” บางคนยังชี้ว่าการเดินออกมาโดยไม่ตอบอะไรเลย อาจแสดงถึงการขาดไหวพริบหรือความสามารถในการรับมือกับความกดดัน

ทั้งนี้ ยังมีเสียงจากผู้มีประสบการณ์ในวงการด้านทรัพยากรบุคคล (HR) เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า คำถามประเภทนี้เป็นเรื่องปกติในกระบวนการสัมภาษณ์ เพราะสถานการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง และบริษัทต้องการเห็นวิธีที่ผู้สมัครวางแผนรับมือ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ “เลือกอะไร” แต่คือ “จะอธิบายและจัดการอย่างไร” เช่น

  • ขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว

  • ขอโอนประชุมเป็นออนไลน์

  • มอบหมายให้เพื่อนร่วมงานจดบันทึก

  • เลื่อนประชุมถ้าเป็นไปได้ หรือเข้าร่วมประชุมหลังจากจัดการเรื่องลูกเรียบร้อยแล้ว

คำถามลับสมองหรือวิธีปฏิเสธแฝง? แม้จะมีคนเข้าใจว่าเป็นการทดสอบไหวพริบ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าคำถามลักษณะนี้เป็นเพียง “การปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิง” และแฝงอคติต่อผู้หญิงที่แต่งงานหรือมีลูกแล้ว “ทำไมไม่ถามว่าถ้าเพื่อนร่วมงานเจ็บป่วยล่ะ หรือถ้าเกิดปัญหาส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับครอบครัว จะถามแบบเดียวกันหรือไม่?” หลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่าคำถามนี้ชี้นำให้เชื่อว่า “ครอบครัวเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน” ซึ่งขัดกับแนวคิดขององค์กรยุคใหม่ที่ควรสนับสนุน Work-Life Balance

สุดท้ายแล้ว... คำถามนี้ผิดหรือไม่? ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คำถามถูกหรือผิด แต่อยู่ที่วิธีคิดและทัศนคติของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายผู้สมัครควรแสดงความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างมืออาชีพ ในขณะที่ฝ่ายบริษัทก็ควรตระหนักว่า ความหลากหลายของชีวิตพนักงานคือสิ่งสำคัญ และการตั้งคำถามที่มีอคติอาจทำให้พลาดคนที่มีคุณสมบัติดี

แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกับคำถามนี้? เป็นการทดสอบที่เหมาะสมหรือการกีดกันแอบแฝงอย่างมีชั้นเชิง?

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :soha