ไขคำตอบ หมอเรียนสายวิทย์ แต่ทำไมถึงใช้คำว่า "ใบประกอบโรคศิลป์"?

ไขคำตอบ หมอเรียนสายวิทย์ แต่ทำไมถึงใช้คำว่า "ใบประกอบโรคศิลป์"?

ไขคำตอบ หมอเรียนสายวิทย์ แต่ทำไมถึงใช้คำว่า "ใบประกอบโรคศิลป์"?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เวลาเราพูดถึง "หมอ" หลายคนจะนึกถึงวิทยาศาสตร์, ชีววิทยา, เคมี, ระบบร่างกาย, กลไกของยา, เครื่องมือแพทย์ ฯลฯ ซึ่งทุกอย่างดูเป็น "วิทย์" ไปหมด

แล้วทำไมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหมอกลับเรียกว่า "ใบประกอบโรคศิลป์" แทนที่จะเป็น "ใบประกอบโรควิทย์" หรืออะไรที่ดูเข้ากับสายวิทย์มากกว่านี้?

คำตอบอยู่ที่คำว่า "ศิลป์" นั่นแหละ

gettyimages-1213389749

แพทย์ = วิทยาศาสตร์ + ศิลปะ

แม้ว่าการวินิจฉัยโรค การสั่งยา หรือการผ่าตัด จะต้องอิงจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่การเป็นหมอไม่ใช่แค่การใช้สูตรหรือท่องตำราให้เป๊ะอย่างเดียว เนื่องจาก

- หมอต้อง ฟังคนไข้ให้เข้าใจ
- หมอต้อง อ่านระหว่างบรรทัดของอาการ
- หมอต้อง จับน้ำเสียง สีหน้า ความรู้สึก
- หมอต้อง สื่อสารข่าวร้ายอย่างมีความเข้าใจและเห็นใจ
- หมอต้อง เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับคน ไม่ใช่แค่โรค

ทั้งหมดนี้คือ "ศิลปะของการดูแลมนุษย์" ซึ่งไม่มีสูตรตายตัว และต้องใช้ทั้งประสบการณ์ สัญชาตญาณ และ หัวใจ

gettyimages-86050332

"โรคศิลป์" คืออะไร?

คำว่า โรคศิลป์ มาจากภาษาอังกฤษว่า "Art of Healing" หรือ "ศิลปะแห่งการเยียวยา" ซึ่งเป็นคำที่มีมาตั้งแต่โบราณ หมายถึง ศิลปะในการรักษาโรค ไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมือหรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการเข้าใจมนุษย์ด้วย

ใบประกอบโรคศิลป์ จึงเป็นเอกสารที่ยืนยันว่า ผู้ถือใบนี้ไม่เพียงมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่ยังผ่านการฝึกฝน "ศิลป์ในการดูแลชีวิตคน" ด้วย

gettyimages-2806690

บทสรุป

หมออาจเรียนสายวิทย์ แต่การเป็นหมอที่ดีต้องใช้มากกว่าวิทยาศาสตร์ มันต้องใช้หัวใจ ใช้ศิลป์ ใช้ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเรียกมันว่า "ใบประกอบโรคศิลป์" ไม่ใช่ "ใบประกอบโรควิทย์"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล