
ถ้าย้อนกลับไปในยุค 1980s บิล เกตส์ ยังไม่ใช่มหาเศรษฐี เขาเป็นแค่เจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์เล็ก ๆ ชื่อไมโครซอฟท์ (Microsoft) แต่แล้วจู่ ๆ โอกาสทองก็วิ่งเข้ามาหาเขาแบบไม่ทันตั้งตัว…จากการ “ตัดสินใจพลาด” ของบริษัทใหญ่ยักษ์ในยุคนั้นอย่าง IBM!
ตอนนั้น IBM กำลังจะเปิดตัวคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer หรือ PC) เป็นครั้งแรก พวกเขาทำฮาร์ดแวร์ได้ แต่ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมเครื่อง หรือที่เรียกว่า "ระบบปฏิบัติการ" ซึ่งเปรียบเหมือน "สมอง" ของคอมฯ ทำหน้าที่สั่งการทุกอย่าง
IBM เลยไปหาไมโครซอฟท์ และถามว่า "มีระบบปฏิบัติการไหม?" บิล เกตส์ตอบว่า "มีครับ!" ทั้งที่จริง ๆ เขายังไม่มีด้วยซ้ำ...
สิ่งที่ไมโครซอฟท์ทำก็คือ รีบไปซื้อระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า QDOS มาจากบริษัทเล็ก ๆ ในราคาแค่ 50,000 ดอลลาร์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น MS-DOS (Microsoft Disk Operating System) ก่อนจะนำไปเสนอให้ IBM ใช้ในคอมฯ ของพวกเขา
และนี่แหละ...คือจุดเปลี่ยนของโลกเทคโนโลยี!
ความพลาดมันอยู่ตรงนี้! IBM ไม่ได้ซื้อขาด MS-DOS แต่แค่ขอ "สิทธิ์ใช้งาน" เท่านั้น แถมยังเปิดช่องให้ไมโครซอฟท์ขายระบบปฏิบัติการนี้ให้บริษัทอื่นได้อีกต่างหาก!
ตอนนั้น IBM คิดว่าตัวเครื่องคอมฯ (ฮาร์ดแวร์) สำคัญที่สุด ส่วนซอฟต์แวร์เป็นแค่ของแถม ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ…
เมื่อ IBM PC เริ่มฮิต บริษัทอื่น ๆ อย่าง Compaq, Dell, HP ก็เริ่มทำคอมฯ ที่ “ใช้ร่วมกับ IBM ได้” ซึ่งก็ต้องใช้ MS-DOS เช่นกัน ไมโครซอฟท์เลยขายระบบปฏิบัติการนี้ให้ทุกเจ้าที่อยากเข้าตลาด
ผลคือ ไม่ว่าคอมฯ จะเป็นแบรนด์ไหน ถ้ามี MS-DOS – ไมโครซอฟท์ก็ได้เงินทุกเครื่อง!

เพราะทุกบริษัทในยุคนั้นต้องใช้ MS-DOS หรือ Windows ที่ตามมา ไมโครซอฟท์ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว บิล เกตส์ก็รวยเอา ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
ถ้า IBM ไม่เปิดช่องให้ไมโครซอฟท์ขาย MS-DOS ให้เจ้าอื่น หรือซื้อระบบปฏิบัติการนี้ไปตั้งแต่แรก ป่านนี้ Microsoft อาจไม่มีวันใหญ่โตขนาดนี้ก็ได้
IBM คิดว่าซอฟต์แวร์ไม่สำคัญ แต่ในที่สุดมันกลับเป็นตัวเปลี่ยนเกม เพราะคนใช้คอมฯ ไม่ได้สนใจแค่เครื่องแรงหรือแบรนด์ดัง แต่สนใจว่าระบบมันใช้งานง่ายไหม รันโปรแกรมได้ไหม และนั่นคือสิ่งที่ Microsoft ทำได้ดี
อ้างอิง: หนังสือ Hard Drive: Bill Gates and the Making of the Microsoft Empire / บทสัมภาษณ์ Bill Gates โดย David Bunnell (PC World)