มูลนิธิสภาเตือนภัยฯ ฉ1.ระวังน้ำล้นตลิ่ง

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

จากการติดตามเฝ้าระวังปริมาณน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ของมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พบว่าน้ำใน แม่น้ำปิงมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากฝนตกหนักที่ท้ายเขื่อนภูมิพล เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา อีกทั้งแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลลงสมทบกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำสูงขึ้นค่อนข้างมาก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และอาจล้น ตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ต่ำสองฝั่งลำน้ำเขตจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

อนึ่ง ปริมาณน้ำจากจังหวัดชัยภูมิ จะไหลลงแม่น้ำชี ผ่านจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และจะไหลบรรจบกับแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งไหลบรรจบ กันเมื่อเข้าเขตจังหวัดอุบลราชธานี ในการนี้ พื้นที่เขตเศรษฐกิจและชุมชนในอำเภอวารินชำราบ อำเภอ เมืองอุบลราชธานี อำเภอพิบูลมังสาหาร จะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน เนื่องจากน้ำจะบ่าท่วม ตลิ่งมาก

ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำมูล แม่น้ำชี และแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมการ ป้องกันอันตราย อพยพสิ่งของ สัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย ในระยะตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2553 นี้จน กว่าสถานการณ์จะคลี่คลายประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน

ประกาศ ณ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

(นายปราโมทย์ ไม้กลัด)

รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ทำการแทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ