2 นักเรียนข้ามฝายซื้อไก่ถูกน้ำพัดเสียชีวิต

2 นักเรียนข้ามฝายซื้อไก่ถูกน้ำพัดเสียชีวิต
thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในอีกหลายจังหวัดยังน่าห่วง ล่าสุดกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากในจังหวัดบุรีรัมย์ได้พัดพาร่างนักเรียน 2 คนจมน้ำเสียชีวิต ขณะพยายามข้ามไปซื้อไก่ที่ตรงข้ามบ้านพัก

เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำระดมกำลังค้นหาร่างของนักเรียนชาย 2 คนที่พลัดจมน้ำหายไปบริเวณฝายน้ำล้นบ้านสระขี้ตุ่น หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงจึงพบศพของนายพัชรวิชญ์ พรหมบุตร อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านว่านเขื่อนค้อวิทยา ส่วนอีกคนทราบชื่อคือ ด.ช.กฤษดา สอนเรืองอายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนตลาดโพธิ์พิทยาคม จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังค้นหาไม่พบ

เพื่อนๆ ผู้ตายเล่าว่า ทั้งคู่พยายามเดินข้ามสันฝายน้ำล้นไปยังกระท่อมที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งเพื่อซื้อไก่ชน แต่ระหว่างข้ามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้พัดเอาร่างของทั้ง 2 คนตกลงไปในน้ำจนเสียชีวิต

ส่วนที่เทศบาลเมืองชัยภูมิ เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำที่ยังคงท่วมขังบนถนน ออกจากตัวเมือง เพื่อปล่อยลงสู่ลำน้ำห้วยเสว หลังจากเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาระดับน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะจากบริเวณห้าแยกโนนไฮ ไปจนถึงวงเวียนเจ้าพ่อพญาแลและหน้าโรงพยาบาลเมืองชัยภูมิ ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลงเหลือประมาณ 20 เซนติเมตร ถนนหลายสายเริ่มสัญจรไปมาได้ตามปกติ

ที่จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านในอำเภอท่าตะโกจำนวนกว่า 500 หลังคาเรือนต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางความมืด หลังการไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาคท่าตะโกต้องทำการตัดกระแสไฟหลายจุดตั้งแต่ในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เนื่องจากน้ำท่วมขัง ขณะที่ทางจังหวัดได้เร่งเข้ามาแจกถุงยังชีพและน้ำดื่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เนื่องจากบางส่วนไม่สามารถประกอบอาหารได้

เช่นเดียวกับชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีที่ถูกน้ำท่วมกว่า 1 เมตร ทำให้ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออก ส่วนบ้านพักอาศัยบริเวณชั้นล่างถูกน้ำท่วมจนหมด บรรดาร้านค้าที่อยู่ในชุมชนต้องนำสินค้าขึ้นไปขายที่บริเวณชั้นบน นอกจากนี้น้ำที่ท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน ส่งผลให้ประชาชนขาดแคลนน้ำดื่มจำนวนมาก

ที่อำเภอเมืองลพบุรี เจ้าหน้าที่เร่งนำถุงยังชีพไปแจกให้ชาวบ้านในตำบลโคกตูมกว่า 500 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นเดียวกัน โดยสถานการณ์ในตัวจังหวัดลพบุรีเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ มีเพียงอำเภอบ้านหมี่ที่ยังคงได้รับผลกระทบหนักที่สุด