ภาณุพงศ์เผยบึ้มหน้าบิ๊กซีราชดำริเป็นM67

ภาณุพงศ์เผยบึ้มหน้าบิ๊กซีราชดำริเป็นM67
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 กล่าวถึงเหตุระเบิด บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ราชดำริ เมื่อวานที่ผ่านมาว่า คดีนี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชา การตำรวจสันติบาล รวมทีมพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาร่วมคลี่คลายคดี ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า ระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นชนิด M67 ซึ่งเป็นระเบิดแบบขว้าง แต่มีการนำมาดัดแปลง ใช้วิธีการแบบพิเศษ โดยนำมาต่อสายชนวน ตั้งเวลาด้วยนาฬิกา ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลัง ในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา พบระเบิดชนิดนี้ ในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง และ สน.โคกคราม และจากการตรวจสอบกล้อง วงจรปิด รอบราชประสงค์ สามารถจับภาพรูปพรรณสัณฐาน ผู้ต้องสงสัยไว้ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ต้องนำมา ตรวจสอบว่า จะเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางตำรวจคาดว่า คนร้ายน่าจะหวังผลทางการเมือง และมุ่งสร้างสถานการณ์ ซึ่งในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับผ่าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงให้ตำรวจเร่งรัดดำเนินคดีด้วย

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ยังกล่าวภายหลังเข้าประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ราชดำริ ว่า คดีนี้อำนาจในการสอบสวนยังคงเป็นของตำรวจ และยังไม่เข้าข่ายคดีก่อการร้าย หรือ เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ซึ่งได้มีการแบ่งงานให้ตำรวจนครบาล ตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจสันติบาล และในวันพรุ่งนี้เวลา 11.00 น. จะมีการเรียกประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้กำกับการศูนย์สืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า ตำรวจทำการสอบปากคำพยานที่เกิดเหตุไปแล้วกว่า 10 ปาก แต่ยังไม่ได้เค้าโครงอะไรที่เด่นชัดมากนัก พร้อมยอมรับว่า การวางระเบิดดังกล่าว เป็นผลให้เกิดความเสียหาย และทำให้มีผู้บาดเจ็บ เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด พบว่า ระเบิดชนิด M67 มีระยะหวังผลถึง 15 เมตร นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณจุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบย้อนหลังไป 2 ช.ม. ก่อนเกิดเหตุ และตรวจสอบหลังเกิดเหตุ 2 ช.ม. คาดว่าคนร้ายน่าจะวางระเบิดก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!