ศาลพิเศษUNตัดสินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลพิเศษสหประชาชาติ จะมีคำตัดสินในคดีประวัติศาสตร์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของ นายคัง เก็ก เอียว หรือ สหายดุช อดีตผู้คุมเรือนจำ ตุลสเลง ในข้อกล่าวหา ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรสงคราม ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ทำให้เป็นสมาชิกเขมรแดงคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ถูกพิพากษาความผิดในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แม้ สหายดุช อดีตครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ จะไม่ได้เป็นแกนนำระดับสูงของเขมรแดง แต่เนื่องจาก รับหน้าที่เป็นผู้คุมเรือนจำ ตุลสเลง ซึ่งมีผู้ถูกทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ ใช้แรงงานหนัก รวมทั้ง ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมที่ทุ่งสังหาร รวมมีผู้เสียชีวิตภายใต้การดูแลของเขาไม่ต่ำกว่า 15,000 คน ในการพิจารณาคดีที่ผ่าน ๆ มาสหายดุช ยอมรับถึงสิ่งที่ได้กระทำลงไป แต่อ้างว่าเป็นการทำตามคำสั่ง เพราะกลัวอันตรายที่จะเกิดกับตัวเองและครอบครัว รวมทั้ง เรียกร้องในถ้อยแถลงปิดคดีให้ศาลตัดสินให้พ้นผิดและปล่อยตัวเขาเป็นอิสระ เนื่องจากเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ ของเขมรแดง แต่จากคำให้การของ อดีตผู้ที่เคยทำงานในเรือนจำตุลสเลง กลับบอกตรงกันว่าทุกคนทำงานภายใต้ความหวาดกลัวและยำเกรงต่อสหายดุช

สำหรับ การตัดสินคดีในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะได้รับการจับตาจากชาวกัมพูชาและญาติผู้เสียชีวิต ที่ต้องการได้รับความยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังได้รับการจับตาจากทั่วโลก เนื่องจากที่ผ่านมาการทำงานของศาลพิเศษในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยเขมรแดง ถูกตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีการแทรกแซงโดยรัฐบาลกัมพูชา รวมทั้ง ข้อกล่าวหาเรื่องการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ศาลที่เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งทำให้ชาติที่บริจาคเงินสนับสนุนการทำงานของศาล ไม่เชื่อมั่น ส่งผลต่อความราบรื่นของกระบวนการดำเนินงาน แม้ นายคัง เก็ก เอียว จะเป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกเขมรแดง แต่คดีของเขาจะเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการพิจารณาคดีสมาชิกเขมรแดงระดับแกนนำอีก 4 คน คือ นายนวน เจีย ผู้นำหมายเลข 2 ของเขมรแดง , นายเขียว สัมพันธ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ยุคเขมรแดง , นายเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และภริยา คือ นางเอียง ทิริต อดีตรัฐมนตรีกิจการสังคมยุคเขมรแดงที่ต้องขึ้นรับการพิจารณาคดีนี้เช่นเดียวกัน